
ประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต (Phuket Vegetarian Festival) ถือเป็นหนึ่งในประเพณีหรือเทศกาลทางศาสนาที่สำคัญของชาวภูเก็ตซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัด ประเพณีนี้สืบทอดต่อกันมายาวนานกว่า 200 ปี เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงศรัทธาอันแรงกล้าของชุมชนชาวจีนโฮกเกี้ยนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในภูเก็ต พร้อมทั้งผสมผสานวิถีชีวิตเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทยได้อย่างลงตัว จุดเด่นของเทศกาลนี้ไม่เพียงเป็นการละเว้นเนื้อสัตว์และการถือศีลภาวนาเท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยพิธีกรรมต่าง ๆ ขบวนแห่เจ้า การแสดงความอึดทนของผู้ร่วมพิธี ตลอดจนบรรยากาศอันคึกคักที่ปกคลุมทั่วเมืองในช่วงงาน
นอกจากนี้ ในทุก ๆ ปี ยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาเยี่ยมเยือน เพื่อสัมผัสประสบการณ์อันน่าจดจำพร้อมซึมซับความหมายอันลึกซึ้งของประเพณีนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่เมืองภูเก็ตทั้งเกาะจะเต็มไปด้วยสีสัน ความศรัทธา และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่หาไม่ได้จากที่อื่น ในบทความนี้จึงอยากพาคุณไปรู้จักเทศกาลนี้ให้มากขึ้น เผื่อว่าปีหน้าคุณอาจอยากลองไปสัมผัสบรรยากาศนี้สักครั้งในชีวิตด้วยตัวคุณเอง
ประวัติและความเป็นมาของประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต
ประเพณีถือศีลกินผัก ภูเก็ต หรือ เทศกาลกินเจภูเก็ต มีต้นกำเนิดมาจากตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2368 มีคณะละครชาวจีนจากฮกเกี้ยนเดินทางมาแสดงในพื้นที่เหมืองแร่ที่กะทู้ จังหวัดภูเก็ต แต่สมาชิกในคณะละครกลับเจ็บป่วยหนักด้วยโรคระบาดลึกลับ
จึงได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอดูชาวจีนให้ถือศีลกินผัก และประกอบพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าแห่งความบริสุทธิ์ตามความเชื่อของลัทธิเต๋า โดยเฉพาะการบูชา “กิ้วอ๋องต่ายเต่” หรือพระราชาธิราชทั้งเก้าพระองค์ ผลปรากฏว่าสมาชิกคณะละครหายป่วยได้อย่างน่าอัศจรรย์
ชาวจีนโฮกเกี้ยนในพื้นที่จึงเชื่อว่าเป็นพรของเทพเจ้า และได้ร่วมกันจัดตั้งประเพณีนี้ขึ้นเป็นการถาวร โดยเริ่มจากศาลเจ้ากะทู้เป็นแห่งแรก ต่อมาได้แพร่หลายไปยังศาลเจ้าอื่น ๆ ทั่วจังหวัดภูเก็ต เทศกาลถือศีลกินผัก ภูเก็ต จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของภูเก็ต
เทศกาลถือศีลกินผัก กินเจวันไหน
การจัดงานประเพณีถือศีลกินผัก จังหวัดภูเก็ต ในปี พ.ศ. 2568 จะจัดขึ้นในช่วง 21-29 ตุลาคม 2568 รวมระยะเวลา 9 วัน 10 คืน ตามปฏิทินจันทรคติจีน โดยจะเริ่มในวันแรมค่ำของเดือน 9 และสิ้นสุดในวันเก้าค่ำของเดือน 9
การกำหนดวันเวลาตามปฏิทินจันทรคติจีนทำให้วันที่จัดงานในแต่ละปีจะไม่ตรงกัน แต่จะอยู่ในช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคมของทุกปี การจัดงานเป็นเวลา 9 วันมีความหมายสำคัญตามความเชื่อของลัทธิเต๋า ที่ถือว่าเป็นจำนวนที่สมบูรณ์และนำโชคลาภ
ระหว่างการจัดงาน ผู้ที่เข้าร่วมจะต้องปฏิบัติตามกฎศีลาจารต่าง ๆ เช่น การงดเว้นเนื้อสัตว์ การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาว การรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่อาจนำมาซึ่งความไม่บริสุทธิ์
พิธีกรรมสำคัญของประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต
เทศกาลถือศีลกินผักมีพิธีกรรมที่สำคัญหลายประการ ซึ่งแต่ละพิธีล้วนมีความหมายเชิงสัญลักษณ์และความศักดิ์สิทธิ์ที่ลึกซึ้ง พิธีกรรมเหล่านี้ได้รับการสืบทอดมาอย่างต่อเนื่องและยังคงรักษาความเป็นต้นตำรับไว้ได้อย่างสมบูรณ์
1. พิธียกเสาโก้เต้ง
พิธียกเสาโก้เต้ง เป็นพิธีเปิดงานประเพณีถือศีลกินผักอย่างเป็นทางการ จัดขึ้นในวันแรกของเทศกาล “เสาโก้เต้ง” คือเสาไผ่สีขาวสูงประมาณ 10–15 เมตร มีความหมายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับสวรรค์ โดยบนยอดเสาจะมีธงสีขาวและโคมไฟสีแดงประดับ
ในช่วงบ่ายจะมีการเตรียมเสาและทำพิธีศักดิ์สิทธิ์โดยพระอาจารย์และผู้นำชุมชน จากนั้นเวลา 19.00 น. ตรง ทุกศาลเจ้าที่เข้าร่วมจะต้องยกเสาโก้เต้งขึ้นพร้อมกัน ภายในพิธีประกอบด้วยการบวงสรวงอาหารเจ ผลไม้ ธูปเทียน และการสวดมนต์ภาษาจีนโฮกเกี้ยนเพื่อเชิญเทพเจ้าลงมาประทับตลอดเทศกาล
พิธีนี้มีความสำคัญในฐานะการประกาศให้สวรรค์รับรู้ว่าเทศกาลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยเสาโก้เต้งจะตั้งตระหง่านอยู่ตลอด 9 วัน เป็นสัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ
2. พิธีเชิญกิ้วอ๋องต่ายเต่ (พระราชาธิราชทั้งเก้าพระองค์)
พิธีเชิญกิ้วอ๋องต่ายเต่ เป็นพิธีสำคัญที่ทำหลังจากยกเสาโก้เต้งแล้ว โดยเป็นการเชิญเทพเจ้าแห่งความบริสุทธิ์ทั้งเก้าพระองค์ลงมาประทับ ตามความเชื่อของลัทธิเต๋า พระราชาธิราชทั้งเก้าพระองค์นี้ ล้วนเป็นเทพเจ้าที่มีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ ในการปกป้องและชำระล้างความชั่วร้าย โดยแต่ละพระองค์จะมีหน้าที่และอำนาจเฉพาะด้าน เช่น การรักษาโรค การขจัดภัยอันตราย การให้ความเป็นสิริมงคล
ขั้นตอนการประกอบพิธีจะเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยการเตรียมโต๊ะหมู่บูชาที่ประกอบด้วยอาหารเจหลากหลายชนิด ผลไม้ 5 สี ขนมไทย ขนมจีน และดอกไม้สด พิธีนี้จะมีการจุดธูปเทียนเป็นจำนวนมาก การนำอาหารเจมาถวายบูชาตามลำดับที่กำหนด และการสวดมนต์ภาวนาเป็นภาษาจีนโบราณโดยพระอาจารย์ที่เชี่ยวชาญเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ผู้เข้าร่วมพิธีจะต้องแต่งกายด้วย เสื้อผ้าสีขาวล้วนและรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ การประกอบพิธีนี้เชื่อว่าจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล ปกป้องจากอันตรายต่าง ๆ และช่วยให้ร่างกายจิตใจแข็งแรง
3. พิธีโก้ยโห้ย (พิธีลุยไฟ)
พิธีโก้ยโห้ย หรือพิธีลุยไฟ เป็นพิธีกรรมที่น่าตื่นเต้นและเป็นที่จับตามองของนักท่องเที่ยวมากที่สุด พิธีนี้มีความหมายเป็นการชำระล้างบาปกรรมและสิ่งไม่ดีทั้งหลายออกจากร่างกาย ตลอดจนเป็นการทดสอบความศรัทธาและจิตใจที่บริสุทธิ์
ขั้นตอนการเตรียมพิธีจะเริ่มในตอนบ่าย โดยจะนำถ่านไผ่และฟืนแห้งมาจุดไฟให้ลุกโชนจนเป็นถ่านสีแดง จากนั้นจะปูถ่านเป็นแนวยาวประมาณ 3-5 เมตร กว้างประมาณ 1 เมตร พิธีจะจัดขึ้นในตอนเย็นเมื่ออุณหภูมิของถ่านเหมาะสม ก่อนลุยไฟจะมีการสวดมนต์และทำสมาธิเพื่อเตรียมจิตใจ ผู้ที่เข้าร่วมพิธีจะเดินเท้าเปล่าผ่านถ่านไฟที่กำลังร้อน อย่างช้า ๆ โดยมีจิตใจที่เต็มไปด้วยศรัทธา
ตามความเชื่อ ผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยศรัทธาจะไม่ได้รับอันตรายใด ๆ จากไฟ การเห็นผู้คนหลายร้อยคนเดินผ่านถ่านไฟโดยไม่บาดเจ็บถือเป็นปาฏิหาริย์ที่แสดงถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าและความแรงกล้าของศรัทธา ความสำคัญของพิธีนี้อยู่ที่การเป็นสัญลักษณ์ของการเอาชนะความกลัวและการฟื้นฟูจิตวิญญาณ
4. พิธีส่างกิ้วอ๋องต่ายเต่ (ส่งพระราชาธิราชทั้ง 9 พระองค์)
พิธีส่างกิ้วอ๋องต่ายเต่ เป็นพิธีปิดท้ายเทศกาลในวันที่ 9 ที่มีความหมายสำคัญเป็นการส่งเทพเจ้าทั้งเก้าพระองค์กลับสู่สวรรค์ พร้อมกับการรื้อเสาโก้เต้งลงเพื่อสิ้นสุดการเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับสวรรค์
ขั้นตอนการประกอบพิธีจะเริ่มขึ้นในช่วงบ่ายด้วยการเตรียมโต๊ะหมู่บูชาครั้งสุดท้าย พิธีนี้จัดขึ้นในเวลา 19.00 น. เช่นเดียวกับพิธียกเสา การประกอบพิธีจะมีการถวายอาหารเจครั้งสุดท้ายที่ประกอบด้วยขนมไทยพิเศษ ผลไม้ตามฤดูกาล และอาหารเจที่ทำด้วยความตั้งใจ รวมถึงการเผาธูปและกระดาษเงินทองจำนวนมาก เพื่อเป็นสิ่งของที่นำไปฝากถึงเทพเจ้า การสวดมนต์จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพื่อเป็นการขอบคุณพระคุณของเทพเจ้าที่ลงมาประทับและให้การอุปถัมภ์ตลอดช่วง 9 วัน
หลังจากพิธีสิ้นสุดและเสาโก้เต้งถูกรื้อลงแล้ว ผู้เข้าร่วมจึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติและรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดของพันธกิจทางจิตวิญญาณและการเริ่มต้นใหม่ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และแข็งแรงขึ้น
ศาลเจ้าภูเก็ตชื่อดัง เที่ยวงานประเพณีถือศีลกินผักนี้ต้องไป
หากคุณวางแผนเดินทางไปร่วมงานประเพณีถือศีลกินผักที่ภูเก็ต การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องยานพาหนะ หากคุณอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวอาจไม่สะดวกนัก เนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล อีกทั้งในช่วงเทศกาล มักจะมีผู้คนเดินทางพร้อมกันจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ต้องเผชิญกับปัญหารถติดและใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติ
ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเหน็ดเหนื่อยจากการขับรถระยะไกล ทางเลือกที่น่าสนใจคือ บริการเช่ารถภูเก็ต เพราะให้ความสะดวกมากกว่าไม่ต้องเดินทางไปเอง วิธีนี้จะช่วยให้คุณเดินทางไปยังศาลเจ้าต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังให้ความเป็นส่วนตัวและความยืดหยุ่นในการวางแผนทริปของคุณ ช่วยให้คุณประหยัดแรงไว้เที่ยวและร่วมงานได้อย่างเต็มที่
- ศาลเจ้ากะทู้ หรือ อ๊ามหล่ายถู่ต้าวโบ้เก้ง
ศาลเจ้ากะทู้ถือเป็นศาลเจ้าแม่ของประเพณีถือศีลกินผักภูเก็ต เนื่องจากเป็นสถานที่แรกที่มีการจัดเทศกาลนี้ขึ้น ตั้งอยู่ในอำเภอกะทู้ ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 20 กิโลเมตร ศาลเจ้าแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่งดงามและมีอายุกว่า 200 ปี
ในช่วงเทศกาล ศาลเจ้ากะทู้จะจัดพิธีกรรมต่าง ๆ อย่างหลากหลายเเละยิ่งใหญ่ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีสำคัญหลายประการ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสบรรยากาศความศรัทธาของชาวจีนโฮกเกี้ยนอย่างแท้จริง รวมทั้งได้ชิมอาหารเจหลากหลายชนิดที่จำหน่ายในบริเวณงาน
- ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย หรือ อ๊ามจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย
ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย ตั้งอยู่ในตัวเมืองภูเก็ต บนถนนรังสิต เป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญรองลงมาจากศาลเจ้ากะทู้ ศาลเจ้าแห่งนี้มีลักษณะเฉพาะคือมีงานศิลปกรรมจีนที่ประณีตและมีพิธีกรรมที่หลากหลาย
จุดเด่นของศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยคือการมีมาโถ่วหรือผู้ที่เทพเจ้าเข้าสิงจำนวนมาก ซึ่งจะแสดงความศักดิ์สิทธิ์ผ่านการทรมานร่างกายด้วยเครื่องมือต่าง ๆ เช่น ดาบ หอก ตะปู โดยไม่เจ็บปวด ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่หาชมได้ยาก
- ศาลเจ้าบางเหนียว หรือ อ๊ามบางเหนียว
ศาลเจ้าบางเหนียวตั้งอยู่ในชุมชนบางเหนียว ซึ่งเป็นชุมชนชาวจีนโฮกเกี้ยนเก่าแก่ของภูเก็ต ศาลเจ้าแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีเสน่ห์และบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากศาลเจ้าอื่น ๆ
จุดเด่นของศาลเจ้าบางเหนียวคือการมีพิธีกรรมที่เรียบง่าย และเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความเงียบสงบและบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากกว่าความตื่นเต้น เนื่องจากชุมชนรอบ ๆ ศาลเจ้ายังคงรักษาวิถีดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ประเพณีถือศีลกินผักในภูเก็ต ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ที่ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อและศรัทธาของชุมชนชาวจีนโฮกเกี้ยน แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดภูเก็ต การเข้าร่วมเทศกาลนี้จะทำให้ได้รับประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ทั้งในด้านจิตวิญญาณและการเรียนรู้วัฒนธรรม
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาร่วมงานประเพณีถือศีลกินผัก ควรจองที่พักล่วงหน้าและเตรียมแผนการเดินทางให้ดี การเช่ารถจาก Drive Car Rental จะช่วยให้การเดินทางไปยังศาลเจ้าต่าง ๆ สะดวกสบายและปลอดภัย เพื่อให้ได้สัมผัสกับความงดงามและความศักดิ์สิทธิ์ของเทศกาลแห่งนี้อย่างเต็มที่