สำหรับใครที่ต้องการพักผ่อนและฟื้นฟูพลังงานทั้งกายและใจ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้ครบทุกด้าน ทั้งการผ่อนคลาย ลดความเครียด และเชื่อมต่อกับธรรมชาติ การเลือกไปเยือนที่เที่ยวเชิงสุขภาพ ไม่เพียงช่วยให้ร่างกายได้ฟื้นฟู แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจและความสงบใจอย่างยั่งยืน กิจกรรมในรูปแบบท่องเที่ยวสุขภาพอาจรวมถึงการแช่น้ำแร่ สปา โยคะ ทำสมาธิ เดินป่า หรือการรับประทานอาหารท้องถิ่นเพื่อสุขภาพ
ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จัก 15 สถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่น่าสนใจทั่วประเทศไทย พร้อมพิกัดและข้อมูลสำคัญ เพื่อให้คุณวางแผนทริปท่องเที่ยวสุขภาพ ได้สะดวกและราบรื่น
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคืออะไร?
เที่ยวเชิงสุขภาพ คือการเดินทางที่มุ่งเน้นการดูแลร่างกายและจิตใจควบคู่กับการพักผ่อน โดยนักท่องเที่ยวเลือกกิจกรรมที่ช่วยเสริมสุขภาวะ เช่น การแช่น้ำแร่ ทำสมาธิบำบัด ออกกำลังกายกลางธรรมชาติ หรือรับประทานอาหารท้องถิ่นที่ดีต่อสุขภาพ จึงเป็นรูปแบบท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งคนทำงานและผู้ต้องการรีเซ็ตพลังชีวิตให้สดชื่นกว่าเดิม
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีกี่ประเภท
ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ การเดินทางไม่ได้เป็นเพียงการพักผ่อนอีกต่อไป แต่ยังเป็นโอกาสในการฟื้นฟูสุขภาพ เสริมสร้างสมดุล และปรับไลฟ์สไตล์ให้ดีขึ้น ซึ่งสามารถแบ่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. การท่องเที่ยวเชิงบำบัดรักษาสุขภาพ
รูปแบบท่องเที่ยวสุขภาพที่มีเป้าหมายหลักในการมุ่งฟื้นฟูร่างกายจากอาการเจ็บป่วยหรือความเหนื่อยล้า ผ่านการผสมผสานการพักผ่อนเข้ากับกิจกรรมบำบัดร่างกายและจิตใจที่หลากหลาย เช่น โยคะริมน้ำ สปา นวดไทย แช่น้ำพุร้อน หรือท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
2. การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ
เป็นการท่องเที่ยวสุขภาพที่เน้นเสริมสร้างความแข็งแรงทั้งกายและใจ แม้ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วย โดยมักมาพร้อมกิจกรรมเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีขอบเขตครอบคลุมถึงการเดินทางเพื่อแสวงหาการบริการด้านการดูแลรักษาสุขภาพ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศเพื่อรับรักษาทางการแพทย์หรือฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายและจิตใจ เป็นต้น
แนะนำ 15 สถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธรรมชาติบำบัด
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือ Wellness Tourism กำลังได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก และ ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตโดดเด่น ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมการแพทย์แผนไทย และบริการดูแลสุขภาพที่ได้มาตรฐาน ล่าสุดจากรายงานของ Global Wellness Institute (GWI) พบว่าตลาด Wellness Tourism ของไทยมีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยไทยอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลก และอันดับที่ 4 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งสะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพที่น่าสนใจและตอบโจทย์ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสให้ร่างกายและจิตใจได้ฟื้นฟูอย่างแท้จริงต่อไปนี้คือ 15 สถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธรรมชาติบำบัด ที่น่าสนใจในประเทศไทย ซึ่งคุณสามารถวางแผนไปเที่ยวเพื่อพักกาย พักใจ และรีเฟรชพลังชีวิตได้แบบครบทุกมิติ
1. น้ำพุร้อนคลองท่อม จังหวัดกระบี่

น้ำพุร้อนคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่โดดเด่นในด้านการบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยน้ำแร่ร้อนที่มีอุณหภูมิประมาณ 40-47 องศาเซลเซียส อุดมด้วยแร่ธาตุหลายชนิด ตั้งอยู่ในเขตป่าชายเลน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติและศูนย์แพทย์แผนไทยให้บริการ การแช่น้ำพุร้อนที่นี่ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดความเมื่อยล้า และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นทันที นอกจากนี้บรรยากาศรอบน้ำพุร้อนเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีและเสียงธรรมชาติ ช่วยผ่อนคลายจิตใจและลดความเครียดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ที่ตั้ง: หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/HDkS88dQrUkoGK6F9
เวลาเปิด – ปิด: 05:00 – 20:00 น. (อาจแตกต่างไปตามโซน)
เว็บไซต์: –
Facebook: –
2. บ้านรักไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

บ้านรักไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางขุนเขาและไร่ชา ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในที่เที่ยวเชิงสุขภาพของภาคเหนือ เพราะบรรยากาศสงบ เย็นสบาย และอากาศบริสุทธิ์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชมไร่ชา สูดกลิ่นใบชาหอม ๆ หรือนั่งจิบชาอุ่น ๆ ซึ่งช่วยลดความเครียดและเพิ่มพลังชีวิต และสามารถปรับอารมณ์จากความวุ่นวายในเมือง แล้วมาสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย ผ่านการเดินชมงานศิลป์รวมถึงสถาปัตยกรรมแบบจีนยูนนานผสมผสานกับวิถีชีวิตชาวไทยภูเขา
ที่ตั้ง: ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/ia3fzyuhgVFQjjwn7
เวลาเปิด – ปิด: เปิดเที่ยวตลอดปี
เว็บไซต์: –
Facebook: –
3. น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

น้ำพุร้อนสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ แหล่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่อุดมด้วยแร่ธาตุหลายชนิด น้ำพุร้อนแห่งนี้ช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และบำรุงผิวพรรณ ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายทันที การจัดพื้นที่ให้มีสระแช่น้ำร้อนหลายขนาด ทั้งสระส่วนตัวและสระรวม ช่วยให้ผู้มาเยือนได้เลือกประสบการณ์ที่เหมาะกับความต้องการ นอกจากนี้ยังมีบริการสปาและนวดแผนไทยควบคู่ ทำให้การเดินทางมาที่นี่ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็นท่องเที่ยวสุขภาพแบบครบวงจร
ที่ตั้ง: ตำบลบ้านสหกรณ์ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/rQyfPB166YBoL3YPA
เวลาเปิด – ปิด: ทุกวัน 07:00 น. – 18:00 น.
เว็บไซต์: –
Facebook: น้ำพุร้อนสันกำแพง เชียงใหม่ : San Kamphaeng Hot Springs Chiang Mai.
4. คามาลายา เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

คามาลายา (Kamalaya) เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นหนึ่งในที่เที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างธรรมชาติ ทะเล และการฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม เอกลักษณ์ของคามาลายาคือกิจกรรมท่องเที่ยวสุขภาพแบบ Holistic Wellness ที่รวมทั้งสปา น้ำแร่ร้อน สอนโยคะ ทำสมาธิ และการบำบัดด้วยอาหาร นักท่องเที่ยวสามารถเลือกโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการลดความเครียด เพิ่มพลังชีวิต หรือฟื้นฟูสมดุลร่างกาย
ที่ตั้ง: 102/9 หมู่ 3 ถนนแหลมเส็ด หน้าเมือง ตําบลเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Z4w7YQELL6ZefsMf9
เวลาเปิด – ปิด: เปิดตลอดเวลา
เว็บไซต์: https://kamalaya.com/th/
Facebook: Kamalaya Koh Samui
5. อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม จังหวัดชลบุรี

อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม จังหวัดชลบุรี โดดเด่นด้านการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจผ่านกิจกรรมใกล้ชิดธรรมชาติและทะเลใสสะอาด เกาะขามขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลใสและแนวปะการังที่สมบูรณ์ ทำให้การดำน้ำตื้นหรือดำน้ำลึกที่นี่ไม่เพียงสนุกและผ่อนคลาย แต่ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และเป็นการออกกำลังกายแบบธรรมชาติสำหรับกล้ามเนื้อหลายส่วน ด้วยบรรยากาศสงบ และกิจกรรมที่ผสมผสานการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ อุทยานใต้ทะเลเกาะขามจึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวที่เที่ยวเชิงสุขภาพแบบครบวงจร
ที่ตั้ง: ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/gb4cUb59PZNUf35N8
เวลาเปิด – ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นบางช่วงที่มีประกาศปิดชั่วคราว)
เว็บไซต์: https://www.kohkham.com/
Facebook: เกาะขามสัตหีบ ชลบุรี
6. สวนพฤกษศาสตร์ระยอง จังหวัดระยอง

สวนพฤกษศาสตร์ระยอง จังหวัดระยอง มีพื้นที่กว้างขวางเต็มไปด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด ทั้งไม้ดอก ไม้ผล และพืชสมุนไพร เอกลักษณ์ของสวนพฤกษศาสตร์ระยองคือการจัดเส้นทางเดินชมธรรมชาติอย่างเป็นระบบ ทั้งเส้นทางเดินเท้า เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และจุดพักชมวิว ทำให้ผู้มาเยือนได้ท่องเที่ยวสุขภาพผ่านการเดินช้า ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ และชมพันธุ์ไม้
ที่ตั้ง: หมู่ 2 ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/gvmzx1Zwex9CqPk88
เวลาเปิด – ปิด: ทุกวัน 08.30 – 16.30 น.
เว็บไซต์: –
Facebook: สวนพฤกษศาสตร์ระยอง
7. อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง

อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า–หมู่เกาะเสม็ด มีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทั้งป่าชายหาด ป่าเขา และทะเล รวมถึงความสงบของเกาะเสม็ดในบางจุด ด้วยธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งชายหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ป่าชายเลน และแนวเขาสูง ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเลือกทำกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูสุขภาพได้หลากหลาย เช่น เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชายหาดวิ่งออกกำลังกาย หรือพักผ่อนริมทะเลเพื่อผ่อนคลายจิตใจ
ที่ตั้ง: บ้านก้นอ่าว ถ.หาดแม่รำพึง-เพ ต.เพ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/qmZUdmtYxQRJrCK47
เวลาเปิด – ปิด: ทุกวัน 08:00 น.- 18:00 น.
เว็บไซต์: –
Facebook: อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า – หมู่เกาะเสม็ด
8. อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีชื่อเสียงเรื่องป่าฝนอุดมสมบูรณ์และความงดงามของเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) ซึ่งมีทิวทัศน์ภูเขาหินปูนสลับซับซ้อนคล้ายกุ้ยหลิน มีพื้นที่ป่าดงดิบและภูเขาสูง น้ำตก และแม่น้ำลำคลองหลายสาย ทำให้ผู้มาเยือนได้ฟื้นฟูร่างกายด้วยกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เดินป่า ล่องแพ และชมทิวทัศน์ธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนพื้นถิ่นและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพักผ่อน ทำให้ผู้มาเยือนได้รับทั้งความผ่อนคลายและความรู้
ที่ตั้ง: ตำบลคลองศก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/D2kbAkvPBXuTePfx9
เวลาเปิด – ปิด: ทุกวัน 08:00 – 17:00 น.
เว็บไซต์: –
Facebook: –
9. ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยอดฮิตของภาคเหนือ ด้วยความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากที่สุดในประเทศไทย ทำให้อากาศเย็นสบายและบริสุทธิ์ตลอดปี เอกลักษณ์ของดอยอินทนนท์คือความหลากหลายทางระบบนิเวศ ทั้งป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ และน้ำตกหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงาม ผู้มาเยือนได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ทั้งพืชพันธุ์ท้องถิ่นและนกหลายชนิด ซึ่งช่วยลดความเครียดและปรับสมดุลด้านอารมณ์ให้ดีขึ้น
ที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/R6CoEbtJ7b2MpvPM9
เวลาเปิด – ปิด: 06:00 – 18:00 น.
เว็บไซต์: –
Facebook: อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park
10. บ้านไร่กองขิง จังหวัดเชียงใหม่

บ้านไร่กองขิง จังหวัดเชียงใหม่ มีจุดเด่นคือการเป็นต้นแบบท่องเที่ยวชุมชนเชิงสุขภาพ และวิถีล้านนา ที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับกิจกรรมเพื่อสุขภาพ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกิจกรรมนวดย่ำขาง การนวดแผนไทยโบราณเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ, เรียนรู้เกษตรอินทรีย์และสมุนไพร สัมผัสการกินอยู่แบบเรียบง่าย และร่วมทำศิลปะพื้นถิ่น เช่น การตัดตุงและทำเครื่องปั้นดินเผา นอกจากนี้ยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นตามแบบล้านนา เช่น ขันโตกและดนตรีพื้นเมือง ทำให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลายกายใจและเรียนรู้วัฒนธรรมควบคู่ไปด้วย
ที่ตั้ง: ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่
พิกัด:https://maps.app.goo.gl/VHjqpy1SaTSAewg49
เวลาเปิด – ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 18:00 น.
เว็บไซต์: –
Facebook: ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านไร่กองขิง
11. น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง

น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำแร่ธรรมชาติอุณหภูมิสูงจนสามารถใช้ต้มไข่ให้สุกได้ อีกทั้งยังมีห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัวและรวม ให้ผู้มาเยือนได้ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ พร้อมสัมผัสบรรยากาศไอน้ำยามเช้า ชมธรรมชาติใกล้น้ำตกแจ้ซ้อน
ที่ตั้ง: ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
พิกัด:https://maps.app.goo.gl/n8Q6WH5f1oYSJATr9
เวลาเปิด – ปิด: ทุกวันเวลา 08.00-18.00 น.
เว็บไซต์: –
Facebook: –
12. ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

จุดเด่นของดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย คือ วัฒนธรรมจีนยูนนาน ที่ผสมผสานกับวิถีชีวิตชาวเขา ไร่ชาอู่หลงที่มีชื่อเสียงและทัศนียภาพขั้นบันไดสวยงาม อากาศเย็นสบายตลอดปี และวิวภูเขาที่งดงาม โดยมี พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ นอกจากนี้ การเรียนรู้กระบวนการ ผลิตชา ตั้งแต่การเก็บใบชา การนึ่ง การม้วน และการอบชา เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความรู้ พร้อมให้ผู้มาเยือนได้ใกล้ชิดธรรมชาติและสูดอากาศบริสุทธิ์ การนั่งจิบชาอู่หลงร้อน ๆ ท่ามกลางวิวไร่ชาและภูเขา ช่วยปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ ทำให้ผู้มาเยือนได้พักผ่อนทั้งกายและใจอย่างแท้จริง
ที่ตั้ง: ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
พิกัด:https://maps.app.goo.gl/cWGPWo4okiRzmxdH6
เวลาเปิด – ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
เว็บไซต์: –
Facebook: –
13. หมู่บ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่

เอกลักษณ์ของแม่กำปองคือการรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวบ้าน การใช้ชีวิตเรียบง่าย รวมถึงร้านกาแฟและร้านอาหารเล็ก ๆ ที่เน้นวัตถุดิบท้องถิ่น นอกจากบรรยากาศหมู่บ้านท่ามกลางหุบเขาและลำธารใสแล้ว ยังมีเส้นทางเดินป่า เช่น กิ่วฝิ่นที่สามารถเดินชมธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ แวะชมโบสถ์กลางน้ำวัดคันธาพฤกษา และไหว้พระประจำหมู่บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและฟื้นฟูพลัง
ที่ตั้ง: อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด:https://maps.app.goo.gl/7TUV95UTMhZAE5zQ8
เวลาเปิด – ปิด: เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง
เว็บไซต์: –
Facebook: บ้านแม่กำปอง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
14. เขื่อนเชี่ยวหลาน (กุ้ยหลินเมืองไทย) จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เอกลักษณ์ของเขื่อนเชี่ยวหลานคือ ทิวทัศน์ภูเขาหินปูนและเกาะเล็กเกาะน้อย สลับกับผืนน้ำกว้าง นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพ เช่น ล่องเรือคายัค, พายเรือ หรือล่องแพชมวิว ซึ่งช่วยกระตุ้นร่างกายแบบอ่อนโยนและผ่อนคลายจิตใจ นอกจากนี้ยังมีที่พักแบบรีสอร์ตกลางน้ำให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นจากผืนน้ำในยามเช้า
ที่ตั้ง: เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
พิกัด:https://maps.app.goo.gl/SK6FV9s4EAoVUMhC6
เวลาเปิด – ปิด: 06:00 – 18:00 น.
เว็บไซต์: –
Facebook: –
15. สระมรกต จังหวัดกระบี่

สระมรกต กระบี่ มีน้ำใสสีเขียวมรกตธรรมชาติ และเป็นป่าดิบเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพหลายรูปแบบ เช่น ว่ายน้ำในน้ำใส, เดินป่าศึกษาธรรมชาติ, หรือพักผ่อนชมทิวทัศน์รอบสระ การแช่น้ำเย็นในสระยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกสดชื่นทั้งกายและใจ สระมรกตยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินป่าไปยัง น้ำตกร้อน ที่ให้โอกาสผู้มาเยือนได้ออกกำลังกายและเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตธรรมชาติอย่างแท้จริง
ที่ตั้ง: ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่
พิกัด: https://maps.app.goo.gl/VCHXELCp4Uk1T2z97
เวลาเปิด – ปิด: 08.30-16.30 น.
เว็บไซต์: –
Facebook: สระมรกต จ. กระบี่
ประโยชน์ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
- ลดความเครียดและความวิตกกังวล การเดินทางไปยังธรรมชาติหรือที่เที่ยวเชิงสุขภาพ สูดอากาศบริสุทธิ์ ฟังเสียงธรรมชาติ พักจากชีวิตประจำวันและหันมาทำกิจกรรม เช่น เดินป่า แช่น้ำแร่ หรือนั่งสมาธิ ช่วยลดความวิตกกังวลและความเครียด ทำให้จิตใจสงบขึ้น
- ฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมักมีการออกกำลังกายแบบเบา ๆ เช่น การเดินป่า พายเรือ หรือโยคะกลางแจ้ง ซึ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และปรับสมดุลร่างกาย ทำให้ผู้มาเยือนได้ฟื้นฟูร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ
- ส่งเสริมสุขภาพจิต การชมวิวเขา น้ำตก หรือไร่ชา ช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและพึงพอใจ การมาเที่ยวเชิงสุขภาพช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ลดอาการซึมเศร้า และเสริมสร้างอารมณ์ดี ทำให้จิตใจแข็งแรงและสงบขึ้น
- สร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและสัมผัสธรรมชาติ ทำให้เกิดมุมมองใหม่ ๆ และความคิดสร้างสรรค์ การเดินทางไป ท่องเที่ยวสุขภาพ สามารถสร้างแรงบันดาลใจด้านการใช้ชีวิต การทำงานหรือการดูแลสุขภาพของตนเอง ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกสดชื่นและมีพลังชีวิตเพิ่มขึ้น
หลังจากรู้พิกัดสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแล้ว การวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การเที่ยวแต่ละจุดเต็มไปด้วยความสะดวกสบายและเพลิดเพลินที่สุด
สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังสถานที่เที่ยวเชิงสุขภาพต่าง ๆ Drive Car Rental มีบริการเช่ารถ ช่วยให้การเที่ยวมีอิสระและยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ว่าจะบริการเช่ารถกรุงเทพ หรือเช่ารถภูเก็ต การมีรถส่วนตัวช่วยให้คุณสามารถปรับตารางเวลา แวะพักระหว่างทาง และเข้าถึงจุดท่องเที่ยวที่ไม่สะดวกต่อการเดินทางสาธารณะ