ภาคอีสาน หรือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภูมิภาคที่กว้างใหญ่ที่สุดของไทย เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวที่รอให้คุณไปสัมผัส นอกจากจะโดดเด่นเรื่องศิลปวัฒนธรรมและวัดวาอารามอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ที่นี่ยังซ่อน ที่เที่ยวอีสาน โซนธรรมชาติที่งดงามตระการตาไว้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแนวเทือกเขาสลับซับซ้อน บรรยากาศสุดชิลริมฝั่งโขง ตลอดจนประติมากรรมแก่งหินรูปร่างแปลกตาที่หาชมได้ยาก
ด้วยพื้นที่อันกว้างใหญ่และทัศนียภาพที่สวยงามตลอดเส้นทาง การเดินทางไปเช็กอินตาม สถานที่ท่องเที่ยวอีสาน จึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและเรื่องราวระหว่างทาง สำหรับใครที่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบเต็มอิ่มและเป็นอิสระ การลองวางแผนเช่ารถขับเที่ยวเองถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะคุณสามารถแวะพักหรือถ่ายรูปวิวข้างทางได้ตามใจชอบ เตรียมแพ็กกระเป๋าให้พร้อม แล้วตามไปเก็บลิสต์ 10 สถานที่เที่ยวในภาคอีสาน ยอดฮิต ที่คัดมาแล้วว่าต้องไปเยือนให้ได้สักครั้ง
แจก 10 ที่เที่ยวอีสานโซนยอดฮิต ต้องไปให้ได้สักครั้ง
ด้วยความหลากหลายของที่เที่ยวอีสาน การเดินทางแต่ละครั้งจึงเต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้น สำหรับใครอยากสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวอีสานแบบเต็มอิ่ม เป็นอิสระ แนะนำให้ลองวางแผน ‘เช่ารถขับเที่ยวเอง’ เพื่อแวะชมทัศนียภาพสองข้างทางได้ตามใจชอบ โดยมีสถานที่เที่ยวในภาคอีสาน ยอดฮิตดังนี้
1. หินสามวาฬ จ.บึงกาฬ

หินสามวาฬ แลนด์มาร์กชื่อดังแห่งภูสิงห์ โดดเด่นด้วยหินทรายขนาดใหญ่ 3 ก้อนเรียงตัวกัน มองดูคล้ายครอบครัววาฬพ่อแม่ลูกกำลังว่ายน้ำอยู่ท่ามกลางผืนป่าเขียวขจี เดินทางได้ด้วยการนั่งรถกระบะชาวบ้านขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นบนจุดชมวิว “หลังวาฬ” (หินพ่อ) ซึ่งจะมองเห็นวิวแม่น้ำโขง พร้อมทิวเขาฝั่งลาวได้แบบพาโนรามาสวยสะกดตา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีสานตอบโจทย์ทั้งสายถ่ายรูป Landscape และนักท่องเที่ยวขาลุย ซึ่งยอมตื่นเช้าเพื่อแลกกับวิวหลักล้าน
- วิธีเดินทาง: ขับรถไปจอดที่ทำการป่าภูสิงห์ แล้วใช้บริการรถกระบะนำเที่ยวของท้องถิ่นขึ้นไป (รถส่วนตัวขึ้นไม่ได้)
- ที่ตั้ง: ป่าภูสิงห์ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/jEh4ZLbTLZYE8rqGA
- เวลาเปิด – ปิด: 05.30 – 17.00 น.
2. ทะเลหมอกภูทอก จ.เลย

ภูทอก เป็นยอดเขาสูงริมแม่น้ำโขง จุดชมวิวทะเลหมอกยอดนิยมอันดับหนึ่งของเชียงคาน บนยอดภูมีทัศนียภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวถึงฤดูฝน จะมีทะเลหมอกลอยปกคลุมทั่วเมืองและแม่น้ำโขง ตัดกับแสงสีส้มของพระอาทิตย์ยามเช้าได้อย่างโรแมนติก การเดินทางขึ้นไปก็สะดวกสบาย นับเป็นหนึ่งในที่เที่ยวในภาคอีสานยอดฮิต ตอบโจทย์ทั้งสายถ่ายรูป คู่รัก ไปจนถึงครอบครัวที่อยากสัมผัสลมหนาว ชมทะเลหมอกสวย ๆ โดยไม่ต้องเดินป่าไกล
- วิธีเดินทาง: จากตัวเมืองเชียงคาน ขับไปทางแก่งคุดคู้ จอดรถที่ตีนภู แล้วนั่งรถกระบะรับ-ส่งของชาวบ้านขึ้นยอดภู
- ที่ตั้ง: ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/MHMGHS3EK37zttV16
- เวลาเปิด – ปิด: 05.00 – 17.00 น.
3. เชียงคาน จ.เลย

เชียงคาน เมืองเล็ก ๆ ริมฝั่งโขง เต็มไปด้วยเสน่ห์วิถีชีวิตดั้งเดิมและบ้านไม้เก่าแก่ บรรยากาศเงียบสงบ จุดไฮไลต์เด่น ๆ ของที่นี่ คือการเดินเล่นบนถนนคนเดินเชียงคาน แวะชิมของอร่อยพื้นเมือง ตักบาตรข้าวเหนียวช่วงเช้าตรู่ และปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำโขงเพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน เป็นที่เที่ยวอีสาน ตอบโจทย์สาย Slow Life สายกิน รวมไปถึงผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนชาร์จพลังให้ตัวเอง
- วิธีเดินทาง: จากตัวเมืองเลย ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 ตรงเข้าสู่อำเภอเชียงคาน
- ที่ตั้ง: ถนนชายโขง อ.เชียงคาน จ.เลย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/qnsC4TnzdtwMvwp39
- เวลาเปิด – ปิด: ถนนคนเดิน 17.00 – 22.00 น. (เที่ยวชมเมืองได้ตลอดวัน)
4. ภูป่าเปาะ จ.เลย

ภูป่าเปาะ แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับฉายาว่า “ฟูจิเมืองเลย” เพราะมีจุดชมวิวที่มองเห็น “ภูหอ” ภูเขายอดตัด มีรูปทรงคล้ายภูเขาไฟฟูจิของญี่ปุ่น ตั้งตระหง่านสวยงาม นักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถอีแต๊กของชาวบ้านขึ้นไปชมวิว 360 องศา เห็นภูเขาสำคัญ ๆ ของจังหวัดเลยได้รอบทิศ ท่ามกลางบรรยากาศทุ่งนาป่าเขา อากาศสดชื่น สายคอนเทนต์ชอบถ่ายรูปจุดเช็กอินเก๋ ๆ และกลุ่มเพื่อนที่อยากมาสัมผัสธรรมชาติ ห้ามพลาด
- วิธีเดินทาง: ใช้เส้นทางเลย-หนองหิน แล้วเลี้ยวเข้าถนน 3029 ไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จอดรถแล้วนั่งรถอีแต๊กขึ้นจุดชมวิว
- ที่ตั้ง: บ้านผาหวาย ต.ปวนพุ อ.หนองหิน จ.เลย
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/NqArDAYupHxRHw7q9
- เวลาเปิด – ปิด: 05.00 – 18.00 น.
5. มอหินขาว จ.ชัยภูมิ

มอหินขาว กลุ่มหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 5 แท่ง ตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้าเขียวขจีในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา จนได้รับสมญานามว่า “สโตนเฮนจ์เมืองไทย” ความยิ่งใหญ่แปลกตาของเสาหินธรรมชาตินี้เป็นจุดเด่นของที่นี่ เมื่อถ่ายรูปออกมาจะดูเท่แบบมินิมอล ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูหนาวตอนกลางคืน จะกลายเป็นจุดชมดาวสว่างไสวสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง เหมาะสำหรับสายแคมปิงและนักดูดาวอยากนอนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติตอนกลางคืน
- วิธีเดินทาง: จากตัวเมืองชัยภูมิ ใช้ทางหลวง 2051 ไปอุทยานแห่งชาติภูแลนคา รถส่วนตัวขับเข้าไปถึงจุดชมหินได้เลย
- ที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติภูแลนคา อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/bCmqgLxNKPSSnjLf9
- เวลาเปิด – ปิด: 08.00 – 18.00 น.
6. ทุ่งดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ

ทุ่งดอกกระเจียว ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม มีดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงบานสะพรั่งเต็มลานหิน เกิดขึ้นปีละครั้งในช่วงฤดูฝน พร้อมทางเดิน Skywalk ทอดยาวให้สามารถชมทุ่งดอกไม้ท่ามกลางสายหมอกได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีจุดชมวิวผาสุดแผ่นดินสูงชันสวยงาม จึงเหมาะสำหรับคนรักดอกไม้ นักถ่ายภาพ และครอบครัวที่ต้องการพาเด็ก ๆ มาเรียนรู้ธรรมชาติในช่วงวันหยุด
- วิธีเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ใช้พหลโยธินเข้าสระบุรี เลี้ยวเข้าทางหลวง 2354 ไป อ.เทพสถิต จอดรถที่อุทยานฯ แล้วนั่งรถรางชมทุ่ง
- ที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/J95BYnCPNawurpCWA
- เวลาเปิด – ปิด: 07.00 – 18.00 น. (บานช่วง มิ.ย. – ส.ค.)
7. หาดหงส์ จ.อุบลราชธานี

หาดหงส์ คือเนินทรายแม่น้ำโขงขนาดใหญ่ที่เกิดจากตะกอนทรายตามธรรมชาติ ให้ทัศนียภาพกว้างไกลคล้ายทะเลทรายขนาดย่อม ช่วงเวลาแนะนำคือช่วงพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีทองจะสาดส่องลงบนเม็ดทรายเกิดภาพระยิบระยับสวยงามแปลกตา ถือเป็นจุดถ่ายรูปให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศ เหมาะสำหรับสายถ่ายรูปพอร์ตเทรตและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ซึ่งกำลังมองหาฉากหลังสุดปังไม่ซ้ำใคร
- วิธีเดินทาง: ขับรถไปจอดที่ “หาดสลึง” อ.โพธิ์ไทร แล้วเหมาเรือหางยาวล่องแม่น้ำโขงไปหาดหงส์ (นั่งเรือ 20 นาที)
- ที่ตั้ง: ริมแม่น้ำโขง ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Nkv8QYAmUf6T3GGc9
- เวลาเปิด – ปิด: 06.00 – 18.00 น. (แนะนำช่วงเย็น)
8. สามพันโบก จ.อุบลราชธานี

สามพันโบก เป็นแก่งหินใต้ลำน้ำโขง โดยจะโผล่พ้นน้ำขึ้นมาในช่วงฤดูแล้ง เผยให้เห็นหลุมบ่อ (โบก) จำนวนมาก ซึ่งเกิดจากกระแสน้ำกัดเซาะจนมีรูปร่างวิจิตรพิสดารดั่งงานศิลปะ ลักษณะหินคล้ายแกรนด์แคนยอน สามารถเดินตามหาหินรูปร่างต่าง ๆ ได้ เช่น รูปมิกกี้เมาส์ หรือรูปหัวใจ สายผจญภัยและช่างภาพสาย Landscape ที่อยากเก็บภาพความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ต้องลอง
- วิธีเดินทาง: จากตัวเมืองอุบลฯ ใช้ทางหลวง 2050 ไป อ.โพธิ์ไทร จอดรถแล้วเดินลงไปชมแก่งหิน หรือนั่งรถสองแถวท้องถิ่นลงไป
- ที่ตั้ง: บ้านโป่งเป้า ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Tf3V2yL6tp9saLSq7
- เวลาเปิด – ปิด: 06.00 – 18.00 น. (เที่ยวได้เฉพาะหน้าแล้ง)
9. หาดชมดาว จ.อุบลราชธานี

หาดชมดาว หรือแก่งชมดาว แนวหาดหินแก่งหินอันกว้างใหญ่ริมแม่น้ำโขง ซึ่งจะโผล่พ้นน้ำให้เห็นเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง (พ.ย.-พ.ค.) โดดเด่นด้วยริ้วลายหินและหลุมบ่อน้อยใหญ่ เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ พร้อมหินรูปทรงต่าง ๆ และจุดชมวิวหินชมนภา เมื่อถ่ายรูปออกมาได้ฟีลเหมือนอยู่บนดวงจันทร์หรือทะเลทราย รวมถึงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น สามารถดูดาวสวยติดอันดับต้น ๆ ของอุบลฯ
- วิธีเดินทาง: จากอุบลฯ ใช้ทางหลวง 2050 และ 2337 ไป อ.นาตาล เลี้ยวเข้าถนน 2112 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางลูกรังอีก 2 กม. ถึงลานจอดรถ
- ที่ตั้ง: บ้านโนนตาล ต.นาตาล อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/rPHa918Mg5qc7pqD8
- เวลาเปิด – ปิด: 06.00 – 18.00 น.
10. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ถือเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด แหล่งรวมสถานที่เที่ยวในภาคอีสานหลากหลาย ทั้งป่าไม้ ทุ่งหญ้า น้ำตกสวย ๆ อย่างน้ำตกเหวสุวัตและเหวนรก การได้ลองขับรถกินลมชมวิว สูดอากาศบริสุทธิ์ ตลอดจนโอกาสที่จะได้เห็นสัตว์ป่าเจ้าถิ่นอย่างช้างหรือกวางตามธรรมชาติ เหมาะกับสาย Road Trip ที่ต้องการหาโซนพักผ่อนใกล้กรุงเทพ แบบไปเช้าเย็นกลับหรือค้างคืนก็ได้
- วิธีเดินทาง: จากถนนมิตรภาพ เลี้ยวเข้าถนนธนะรัชต์ (ทางหลวง 2090) มุ่งหน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
- ที่ตั้ง: ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/zrKMq4bJ7Garp5mp8
- เวลาเปิด – ปิด: 06.00 – 18.00 น.
ที่เที่ยวอีสาน ไม่ได้มีดีแค่วัดวาอารามหรือแหล่งประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังซ่อนความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติไว้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความยิ่งใหญ่ของแก่งหินริมโขง ความสดชื่นของทุ่งดอกไม้ที่บานสะพรั่ง หรือทะเลหมอกบนยอดภูที่สวยงามอลังการไม่แพ้ภาคไหน ซึ่งแต่ละพิกัดล้วนมีเสน่ห์ที่ปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่น่าประทับใจ
และเพื่อให้การเดินทางไปเช็กอินตาม สถานที่ท่องเที่ยวอีสาน เป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นส่วนตัว การจองรถเช่าล่วงหน้ากับ Drive Car Rental คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เราพร้อมดูแลด้วยรถยนต์ที่ผ่านการตรวจเช็กมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมจุดบริการที่ครอบคลุมทุกเส้นทาง ไม่ว่าคุณจะแพลนเช่ารถขอนแก่น เพื่อตะลุยเที่ยวโซนอีสานกลาง-ล่าง หรือเลือก เช่ารถอุดรธานี เพื่อขับขึ้นเหนือไปสัมผัสวิวริมฝั่งโขง ก็สามารถออกแบบเวลาเที่ยวได้อย่างอิสระ ให้คุณขับรถรับลมชมธรรมชาติของภาคอีสานได้อย่างสบายใจตลอดทริป