หากใครกำลังมองหาทริปทำบุญเสริมสิริมงคลแบบครบ ๆ การไหว้พระ 9 วัด กรุงเทพ ก็เป็นอีกแพลนที่สามารถเที่ยวได้ภายใน 1 วัน ทั้งยังช่วยเสริมความเป็นมงคลในเรื่องการงาน การเงิน ความรัก และสุขภาพไปพร้อมกัน บทความนี้ได้รวบรวมวัดดังทั่วกรุงเทพฯ พร้อมพิกัด วิธีเดินทาง และจุดเด่นในการขอพรของแต่ละวัดไว้ให้ครบ ช่วยให้วางแผนเที่ยว อิ่มบุญ และเดินทางตามได้ง่ายในวันเดียว
เปิดลิสต์ไหว้พระ 9 วัดกรุงเทพฯ เสริมบุญ วัดไหนเด่นเรื่องอะไรบ้าง
สำหรับใครที่อยากจัดทริปไหว้พระ 9 วัด ในกรุงเทพ แบบครบจบภายในวันเดียว ลองมาดูกันว่าแต่ละวัดมีจุดเด่นในการขอพรเรื่องใดบ้าง เพื่อจะได้เลือกไหว้ให้ตรงกับสิ่งที่ตั้งใจและเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต
- วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว): นิยมมาสักการะเพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ช่วยเสริมบารมี ความเจริญก้าวหน้า และความสำเร็จในหน้าที่การงาน รวมถึงเสริมสติปัญญาและความมั่นคงในชีวิต
- วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์): เป็นหนึ่งในวัดสำหรับสายไหว้พระเก้าวัด กทม หลายคนแวะมาเสริมดวงด้านสุขภาพ ความสงบสุข และการใช้ชีวิตอย่างร่มเย็น เชื่อกันว่าจะช่วยเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจให้แข็งแรงสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
- วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง): ผู้คนมักเดินทางมาอธิษฐานขอพรให้มีความก้าวหน้าในชีวิต การงานรุ่งเรือง และการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ เพื่อเสริมความสดใสและความสำเร็จให้ชีวิตเหมือนแสงอรุณในยามเช้า
- วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร: เชื่อกันว่าเป็นวัดแห่งชื่อเสียงและความสำเร็จ เหมาะสำหรับขอพรเรื่องการงาน การเรียน และการเป็นที่ยอมรับจากผู้คนรอบตัว
- วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร: ผู้คนนิยมมาสักการะเรื่องมิตรภาพ การได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ และการเดินทางปลอดภัย อีกทั้งยังเชื่อกันว่าจะช่วยให้พบเจอแต่คนดี ๆ และมีคนคอยสนับสนุนในชีวิต
- วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร: โดดเด่นด้านการประทานพรเรื่องความสำเร็จและชัยชนะ ช่วยให้ก้าวผ่านอุปสรรค ปัญหา และการแข่งขันต่าง ๆ ไปได้อย่างราบรื่น พร้อมเสริมกำลังใจและความมั่นใจในการใช้ชีวิต
- วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร: เป็นที่นิยมในการมาขอพรเรื่องความมั่นคงในชีวิตและหน้าที่การงาน ให้ทุกอย่างราบรื่นไร้อุปสรรค พร้อมเสริมสติปัญญาและมุมมองที่ดีในการตัดสินใจต่าง ๆ ในชีวิต
- วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร: เป็นอีกหนึ่งวัดที่หลายคนนิยมมาสักการะเพื่อเสริมความราบรื่นในชีวิต ความมั่นคงทางจิตใจ และความเป็นสิริมงคล โดยเชื่อกันว่าหากตั้งจิตอธิษฐานด้วยความศรัทธา ก็มีโอกาสสมหวังตามที่ตั้งใจ พร้อมช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้ออกห่างจากชีวิต
- วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง): สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มักมีผู้คนหลั่งไหลมาตั้งจิตอธิษฐานให้ชีวิตมั่นคง การงานก้าวหน้า และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ เปรียบเสมือนการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตอย่างมั่นคง
วางแผนเส้นทางไหว้พระ 9 วัด อิ่มบุญ ครบจบใน 1 วัน

การไหว้พระ 9 วัด กทมภายใน 1 วัน หากวางเส้นทางให้ดี ก็สามารถขับรถเที่ยวได้แบบสบาย ๆ เพราะวัดส่วนใหญ่อยู่กระจุกตัวในโซนเกาะรัตนโกสินทร์และฝั่งธนบุรี ทำให้เดินทางต่อกันได้ไม่ยาก โดยเส้นทางที่แนะนำมีดังนี้
ช่วงเช้า (เริ่มประมาณ 07:30 น. – 10:30 น. )
- วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว): เริ่มต้นทริปกันตั้งแต่ช่วงเช้าที่วัดพระแก้ว เพื่อสักการะพระแก้วมรกตและเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต แนะนำให้มาถึงก่อนช่วงสาย เพราะอากาศยังไม่ร้อนมากและนักท่องเที่ยวยังไม่หนาแน่นจนเกินไป โดยสามารถใช้เวลาไหว้พระและเดินชมความงดงามภายในวัดประมาณ 45 นาที สำหรับสายขับรถเที่ยว แนะนำให้จอดรถบริเวณอาคารจอดรถวัดโพธิ์, ราชนาวีสโมสร หรือจุดจอดใกล้สนามหลวง แล้วค่อยเดินเที่ยวต่อในโซนนี้ เพราะวัดสำคัญหลายแห่งอยู่ใกล้กัน
- วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์): จากวัดพระแก้วสามารถเดินต่อมาได้ง่าย ๆ ใช้เวลาประมาณ 8-10 นาที ก็จะถึงวัดโพธิ์ จุดหมายสำหรับสักการะพระนอนและขอพรเรื่องสุขภาพ ความร่มเย็นเป็นสุข ภายในวัดยังมีบรรยากาศเงียบสงบและสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่สวยงาม เดินเที่ยวได้เพลินแบบไม่เร่งรีบ โดยแนะนำให้เผื่อเวลาไหว้พระและเดินชมวัดประมาณ 40 นาที ข้อดีของการขับรถเที่ยวในโซนนี้คือสามารถเก็บของไว้ในรถได้สะดวก ทั้งน้ำดื่ม ของทำบุญ หรือเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนระหว่างวัน โดยไม่ต้องถือเดินตลอดทั้งทริป
- วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดอรุณฯ): สามารถขับรถข้ามมายังฝั่งธนบุรีเพื่อเที่ยวต่อที่วัดอรุณฯ ได้เลย ขับต่อมาเพียง 10-15 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร ระหว่างทางจะได้ชมบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนเดินทางมาถึงวัดอรุณฯ วัดริมแม่น้ำชื่อดังที่โดดเด่นด้วยพระปรางค์ขนาดใหญ่สุดงดงาม ซึ่งคนส่วนใหญ่นิยมมาสักการะเพื่อขอพรเรื่องความรุ่งโรจน์ ความก้าวหน้า และการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ภายในวัดมีมุมถ่ายรูปสวยหลายจุด โดยสามารถใช้เวลาเที่ยวชมประมาณ 40 นาที ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ขับรถมาเอง แนะนำให้ใช้ลานจอดรถของวัดอรุณฯ หรือจุดจอดรถเอกชนบริเวณใกล้เคียง จะช่วยให้เดินเที่ยวได้สะดวกกว่าและไม่ต้องต่อรถหลายรอบกลางแดด
ช่วงสาย (ประมาณ 10:45 น. – 12:30 น.)
- วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร: จากวัดอรุณฯ ให้ขับรถกลับมายังฝั่งพระนครประมาณ 15 นาที เมื่อมาถึงแนะนำให้จอดรถบริเวณรอบวัดสุทัศน์ฯ หรือเลือกจอดใกล้เสาชิงช้าแล้วเดินเที่ยวต่อในโซนเดียวกัน เพราะละแวกนี้มีทั้งวัด คาเฟ่ และร้านอาหารเก่าแก่กระจายอยู่ไม่ไกลกันมาก จากนั้นค่อยเดินเข้าสักการะภายในวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อกราบพระศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง พร้อมขอพรเรื่องความมั่นคงในชีวิตและการงาน
- วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง): สามารถขับรถต่อมาตามถนนดินสอและถนนบริพัตร ใช้เวลาขับรถราว 5-10 นาที ก็จะถึงวัดสระเกศฯ หรือวัดภูเขาทอง โดยแนะนำให้จอดรถภายในวัดหรือลานจอดรถชั่วคราว ประปาแม้นศรี ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากวัดประมาณ 450 เมตร (เดินประมาณ 6 นาที) เพราะสามารถเดินขึ้นด้านบนได้ทันทีไม่ต้องต่อรถหลายรอบ จากนั้นค่อยเดินขึ้นไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุบนภูเขาทอง พร้อมขอพรเรื่องความสำเร็จ ความก้าวหน้า และความมั่นคงในชีวิต ระหว่างทางขึ้นยังสามารถชมวิวเมืองเก่าของกรุงเทพฯ ได้แบบเพลิน ๆ โดยแนะนำให้เผื่อเวลาเที่ยวชมและไหว้พระประมาณ 45 นาที หลังจากนั้นสามารถแวะพักรับประทานอาหารกลางวันต่อได้บริเวณเสาชิงช้า ถนนดินสอ หรือย่านภูเขาทองที่มีทั้งร้านอาหารเก่าแก่และคาเฟ่ให้เลือกหลายแห่ง
ช่วงบ่าย (ประมาณ 13:30 น. – 15:30 น.)
- วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร: หลังพักกลางวันบริเวณย่านเสาชิงช้าหรือภูเขาทอง สามารถขับรถต่อมาตามถนนจักรพรรดิพงษ์เชื่อมเข้าสู่ถนนพระสุเมรุ ขับต่อมาไม่เกิน 10-15 นาที ก็จะถึงวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร โดยแนะนำให้จอดรถภายในวัดหรือบริเวณใกล้ถนนพระสุเมรุ เพราะสามารถเดินเที่ยวต่อไปยังโซนบางลำพูและถนนข้าวสารได้สะดวก จากนั้นค่อยเข้าสักการะภายในวัดพระอารามหลวงสำคัญที่มีบรรยากาศสงบ ร่มรื่น และเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่สวยงาม
- วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร: จบทริปวัดบวรนิเวศฯ ให้ขับรถต่อมาตามถนนพระสุเมรุเพียงไม่กี่นาที ก็จะถึงวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร วัดเก่าแก่ใกล้ถนนข้าวสารที่หลายคนนิยมแวะมาสักการะเพื่อขอพรเรื่องชัยชนะ ความสำเร็จ และการก้าวผ่านอุปสรรคต่าง ๆ โดยสามารถจอดรถบริเวณภายในวัดหรือพื้นที่ใกล้เคียงตามช่วงเวลาได้
- วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร: จากวัดชนะสงครามฯ สามารถขับรถข้ามสะพานพระปิ่นเกล้ามายังฝั่งธนบุรี แล้วเลี้ยวเข้าสู่ถนนอรุณอมรินทร์ ใช้เวลาเดินทางราว 15-20 นาที ก็จะถึงวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร โดยแนะนำให้จอดรถภายในวัดหรือบริเวณใกล้เคียงตามช่วงเวลา จากนั้นค่อยเดินเข้าสักการะวัดชื่อดังริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อมาขอพรเรื่องชื่อเสียง ความสำเร็จ และความเป็นสิริมงคลในชีวิต ก่อนไปต่อยังวัดสุดท้ายของทริป
ช่วงเย็น (ประมาณ 16:00 น. – 17:30 น.)
- วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร: ปิดท้ายทริปไหว้พระ 9 วัด กันที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร โดยสามารถขับรถต่อมาตามถนนอรุณอมรินทร์เชื่อมเข้าสู่ย่านปากคลองตลาดและวงเวียนเล็ก ก่อนเข้าสู่บริเวณตัววัด แนะนำให้จอดรถภายในวัดหรือพื้นที่ใกล้เคียง แล้วค่อยเดินเข้าสักการะ วัดนี้เป็นที่นิยมในการขอพรเรื่องมิตรภาพ การได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ และการเดินทางราบรื่นปลอดภัย โดยภายในวัดมีบรรยากาศสงบริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยิ่งช่วงเย็นจะยิ่งได้บรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะกับการปิดท้ายทริปทำบุญในวันเดียวแบบสบาย ๆ ก่อนแวะนั่งพักชมวิวริมแม่น้ำและค่อยเดินทางกลับช่วงค่ำ
ข้อควรรู้และวิธีเตรียมตัวก่อนไปไหว้พระ 9 วัด

- แต่งกายสุภาพให้เหมาะกับการเข้าวัด: ควรแต่งกายสุภาพ เช่น เสื้อไม่เปิดไหล่ และกางเกงหรือกระโปรงที่มีความยาวเหมาะสม เพื่อความเรียบร้อยและสะดวกในการเข้าวัดแต่ละแห่ง
- ควรเริ่มเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า: แนะนำให้เริ่มเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนและปัญหาการจราจร พร้อมช่วยให้สามารถเที่ยวครบทุกวัดได้แบบสบาย ๆ ไม่ต้องรีบเร่ง
- เตรียมเงินสดติดตัว: แนะนำให้เตรียมเงินสดติดตัวไว้สำหรับทำบุญ ค่าเรือข้ามฟาก และค่าเดินทางระหว่างวัด เนื่องจากบางจุดอาจยังไม่รองรับการชำระเงินแบบออนไลน์
- เลือกรองเท้าที่เดินสบาย: การไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพ มีหลายช่วงที่ต้องเดินต่อระหว่างวัด รวมถึงขึ้นบันไดหรือเดินกลางแจ้ง แนะนำให้เลือกรองเท้าที่ใส่สบายและเดินสะดวก เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าและทำให้เที่ยวได้ครบตลอดทั้งวันแบบสบาย
- เช็กเส้นทางการเดินทางล่วงหน้า: หากวางแผนเดินทางด้วยรถสาธารณะ แนะนำให้เช็กเส้นทางรถเมล์ เรือ MRT หรือ BTS ล่วงหน้า เพื่อช่วยประหยัดเวลาและเดินทางระหว่างวัดได้สะดวกมากขึ้น
- เผื่อเวลาในวันหยุดหรือวันนักขัตฤกษ์: ในช่วงวันหยุดหรือวันนักขัตฤกษ์ ผู้คนมักหนาแน่น ทั้งตามวัดและเส้นทางการเดินทาง แนะนำให้เผื่อเวลาไว้เพิ่มเติม เพื่อเที่ยวได้ครบตามแพลนแบบไม่เร่งรีบ
- พกของใช้จำเป็นติดตัว: อย่าลืมพกน้ำดื่ม ร่ม หรือพัดติดตัว โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่อากาศร้อนและมีหลายจุดที่ต้องเดินกลางแจ้งต่อเนื่อง
- รักษาความสงบและปฏิบัติตามระเบียบของวัด: ควรรักษาความสงบ สำรวมกิริยา และปฏิบัติตามระเบียบของแต่ละวัด เพื่อความเหมาะสมและเป็นการเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการไหว้พระ 9 วัดกรุงเทพฯ (FAQ)
แต่ละวัดมีค่าเข้าชมหรือไม่?
สำหรับทริปไหว้พระ 9 วัดกรุงเทพฯ วัดส่วนใหญ่สามารถเข้าชมและสักการะได้ฟรี แต่บางสถานที่ เช่น วัดพระแก้ว อาจมีค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ขณะที่คนไทยสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ควรเผื่อค่าใช้จ่ายสำหรับทริปไหว้พระ 9 วัดประมาณเท่าไร?
หากเดินทางด้วยรถสาธารณะและทำบุญตามความสะดวก งบประมาณประมาณ 500-1,500 บาทต่อคนก็เพียงพอ ครอบคลุมทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าทำบุญระหว่างวัน
ไหว้พระ 9 วัด ต้องไหว้เรียงตามลำดับหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องไหว้เรียงตามลำดับ สามารถปรับเส้นทางและเลือกเริ่มจากวัดที่เดินทางสะดวกหรือใกล้ที่สุดได้ตามความเหมาะสมของเวลาและการเดินทาง
การขับรถไหว้ พระ 9 วัด กรุงเทพฯ ช่วยให้วางแผนการเดินทางได้สะดวก ไม่ต้องรีบเปลี่ยนสายรถหรือกังวลเรื่องเวลาของขนส่งสาธารณะ ระหว่างทางยังสามารถแวะพัก หรือเปลี่ยนเส้นทางเที่ยวเพิ่มเติมได้ตามสะดวก โดยเฉพาะทริปที่เดินทางกันหลายคนหรือพาผู้ใหญ่มาทำบุญ การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถไว้ใช้งานจะช่วยให้เดินทางสบายขึ้น นั่งพักตากแอร์ได้ตลอดทาง และช่วยให้ตระเวนไหว้พระได้ครบหลายวัดภายในวันเดียวแบบไม่เหนื่อยจนเกินไป
สำหรับใครที่ไม่ได้มีรถส่วนตัว การเลือกใช้บริการเช่ารถกรุงเทพ ของ Drive Car Rental ก็ช่วยให้เดินทางได้คล่องตัวมากขึ้น เพราะสามารถวางเส้นทางเที่ยวได้เอง ไม่ต้องเสียเวลาต่อรถหลายรอบ และยังแวะเที่ยวหรือหาร้านอาหารระหว่างทางได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ หากมีแพลนขับรถเที่ยวต่อในต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นทะเล คาเฟ่ หรือจุดเช็กอินต่าง ๆ ในภาคใต้ ที่ Drive Car Rental ก็มีบริการเช่ารถภูเก็ตหรือเช่ารถกระบี่ ให้เลือกใช้บริการ ซึ่งช่วยให้การเดินทางทำได้อย่างอิสระ สามารถเที่ยวได้ครบตามแพลนและจัดเวลาได้สะดวก