วัดภาคอีสาน ถือว่าเป็นจุดหมายอันดับต้น ๆ ของสายทัวร์วัดทำบุญนิยมไปกันมากที่สุด เพราะนอกจากความศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจแล้ว แต่ละวัดยังมีสถาปัตยกรรมสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนภาคไหน ทั้งยังแฝงไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หยั่งรากลึกมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นสายมูที่ต้องการขอพรเสริมสิริมงคล หรือสายท่องเที่ยวชื่นชอบการถ่ายรูปวัดสวย ๆ ภาคอีสานตอบโจทย์ได้ครบทุกสไตล์
ไหว้พระ 9 วัดภาคอีสาน สวยศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องไปเยือนสักครั้ง
การทัวร์วัดในภาคอีสาน จะทำให้เห็นถึงความอลังการของงานพุทธศิลป์ มีตั้งแต่เจดีย์โบราณอายุหลายร้อยปี ไปจนถึงวัดสมัยใหม่ ออกแบบได้อย่างสวยงาม ใครที่มีแผนจะไปทำบุญแต่ยังไม่รู้จะไปที่ไหนดี ลองมาดู 9 พิกัด วัดในภาคอีสาน ที่แนะนำดังนี้
1. วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร จ.นครพนม

วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร ปฐมบทแห่งความศรัทธาของชาวไทยและ สปป. ลาว โดยเป็นสถานที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระพุทธเจ้า มีอายุกว่า 2,500 ปี จุดเด่นที่สะดุดตาคือองค์พระธาตุทรงสี่เหลี่ยมพุ่มข้าวบิณฑ์สีขาวทอง ประดับด้วยลวดลายกนกศิลปะล้านช้างอันวิจิตรบรรจง วัดแห่งนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมบารมีและสิริมงคลสูงสุดให้กับชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีวอกที่ต้องหาโอกาสมาไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของตนเองให้ได้สักครั้ง
- วิธีเดินทาง: จากตัวเมืองนครพนม ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 (ถนนชยางกูร) มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ประมาณ 50 กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือในเขตอำเภอธาตุพนม
- Map: https://maps.app.goo.gl/hW9DCWDWLAP86Z9C6
2. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จ.อุบลราชธานี

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่รู้จักกันในนาม “วัดเรืองแสง” เป็นวัดป่า ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงริมชายแดนไทย-ลาว ความโดดเด่นที่ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นวัดสวยภาคอีสานระดับโลก คือภาพจิตรกรรมต้นกัลปพฤกษ์ด้านหลังอุโบสถที่จะค่อย ๆ เรืองแสงสีเขียวมรกตออกมาในยามค่ำคืน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางศิลปะที่เกิดจากการใช้สารฟอสฟอรัสดูดซับแสงแดด จึงเหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในงานพุทธศิลป์ร่วมสมัย รวมไปถึงช่างภาพที่ต้องการเก็บภาพความมหัศจรรย์ในช่วงแสงสุดท้ายของวัน
- วิธีเดินทาง: จากตัวเมืองอุบลฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 217 มุ่งหน้าไปทางด่านชายแดนช่องเม็ก เมื่อถึงอำเภอสิรินธรให้สังเกตป้ายทางแยกซ้ายมือเพื่อวนขึ้นสู่ตัววัดบนยอดเขา
- Map: https://maps.app.goo.gl/ZXy4t6hbz8RTtZ428
3. วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี

วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขียวขจีตลอดปี โดยมีไฮไลต์อยู่ที่วิหารสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ ซึ่งประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระพุทธรูปปางไสยาสน์สร้างจากหินอ่อนสีขาวคัดเกรดพิเศษจากประเทศอิตาลี ความยาวกว่า 20 เมตร สถานที่แห่งนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลีกวิเวกจากความวุ่นวายมาเสพงานศิลป์ระดับโลก โอบล้อมด้วยขุนเขา
- วิธีเดินทาง: จากตัวเมืองอุดรธานี ใช้เส้นทางไปอำเภอนายูง (ทางหลวง 2021) ทางขึ้นวัดมีความลาดชันและคดเคี้ยว ควรใช้รถที่มีสมรรถนะดีหรือใช้บริการรถรับ-ส่งของทางวัดได้
- Map: https://maps.app.goo.gl/YBittTW48EkwyMFF6
4. วัดหนองแวง พระมหาธาตุแก่นนคร จ.ขอนแก่น

วัดหนองแวง พระอารามหลวงคู่บ้านคู่เมืองขอนแก่น ตั้งอยู่บนถนนกลางเมืองติดกับบึงแก่นนครอันร่มรื่น มีพระมหาธาตุแก่นนคร หรือพระธาตุ 9 ชั้น โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบทวารวดีผสมผสานกับศิลปะอินโดจีนได้อย่างลงตัว ภายในพระธาตุแต่ละชั้นได้รวบรวมพระธรรมคำสอน ประวัติศาสตร์เมืองขอนแก่น จัดแสดงโบราณวัตถุสำคัญไว้มากมายให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา โดยบริเวณชั้น 9 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์และยังเป็นจุดชมวิวสวยที่สุด เพราะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองขอนแก่น จนถึงบึงแก่นนครได้แบบ 360 องศา
- วิธีเดินทาง: ตั้งอยู่บนถนนกลางเมือง ติดกับบึงแก่นนคร เดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือรถขนส่งสาธารณะจากทุกจุดในตัวเมืองขอนแก่น
- Map: https://maps.app.goo.gl/jwoBkz9CAMfzV4QE6
5. วัดทุ่งเศรษฐี จ.ขอนแก่น

วัดทุ่งเศรษฐี ตัวแทนของแนวคิดทางพุทธปรัชญา ถ่ายทอดผ่าน “มหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุ” เจดีย์สีขาวบริสุทธิ์ที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนถึงจุดบรรจบระหว่างสามภพภูมิ คือ สวรรค์ มนุษย์ และเมืองบาดาล การเดินชมวัดแห่งนี้เปรียบเสมือนการเดินทางผ่านปริศนาธรรมที่แฝงอยู่ในสถาปัตยกรรมและงานประติมากรรมรอบด้าน เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่และสายคอนเทนต์ที่ชื่นชอบงานดีไซน์ที่แปลกตาและต้องการรูปภาพสวย ๆ ที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
- วิธีเดินทาง: ตั้งอยู่บนถนนเลี่ยงเมืองขอนแก่น (ทางหลวงหมายเลข 230) กิโลเมตรที่ 4 หากมาจากจังหวัดใกล้เคียงให้เลี้ยวเข้าถนนเลี่ยงเมืองก่อนเข้าสู่ตัวเมือง
- Map: https://maps.app.goo.gl/JKJZZtVBxTyJmLPr9
6. วัดเนรมิตวิปัสสนา จ.เลย

วัดเนรมิตวิปัสสนา อยู่ท่ามกลางไอหมอกของอำเภอด่านซ้าย ตั้งตระหง่านด้วยวิหารเจดีย์ สร้างจากศิลาแลงสีน้ำตาลแดงทั้งหลัง ให้ความรู้สึกขรึม ขลัง และทรงพลัง ภายในอุโบสถตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างพื้นบ้าน บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติได้อย่างอ่อนช้อย สถานที่แห่งนี้เป็นวัดป่าที่เน้นการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบเงียบเพื่อทบทวนตัวเองหรือฝึกสมาธิในบรรยากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี
- วิธีเดินทาง: จากตัวเมืองเลย มุ่งหน้าสู่บ้านเดิ่น อำเภอด่านซ้าย วัดจะตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้กับพระธาตุศรีสองรัก มีป้ายบอกทางขนาดใหญ่สังเกตได้ง่าย
- Map: https://maps.app.goo.gl/iCBrsJhZXANmPiMr5
7. วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร

วัดถ้ำผาแด่น ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน โดยมีการนำหินทรายขนาดใหญ่มารังสรรค์เป็นภาพแกะสลักพญานาค บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติอย่างประณีต พร้อมการจัดสวนดอกไม้และลำธารจำลอง ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในป่าหิมพานต์ ที่นี่จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะเชิงวัฒนธรรมขนาดใหญ่ และต้องการชมวิวเมืองสกลนครมุมสูงสวยงามที่สุด
- วิธีเดินทาง: จากตัวเมืองสกลนคร ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 ไปทางอำเภอภูพาน ประมาณ 17 กิโลเมตร เมื่อถึงลานจอดรถด้านล่างต้องเปลี่ยนไปใช้รถรับ-ส่งของทางวัดเพื่อขึ้นสู่ยอดเขา
- Map: https://maps.app.goo.gl/Axqx25B6XfvVT9Si7
8. วัดพุทธนิมิต ภูค่าว จ.กาฬสินธุ์

วัดพุทธนิมิต หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดภูค่าว เป็นสถานที่ประดิษฐาน “พระพุทธไสยาสน์ภูค่าว” หรือพระนอนแกะสลักบนหน้าผาหิน มีพุทธสถานสำคัญคือ “พระมหาธาตุเจดีย์พุทธนิมิต” สร้างจากศิลาแลงทั้งหลังอย่างวิจิตรบรรจง นอกจากนี้ยังมีวิหารสังฆนิมิต โดยภายในวิหารรวบรวมพระพุทธรูปโบราณจำนวนมาก รวมถึง “หลวงพ่อองค์ดำ” เลื่องชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ วัดนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับสายบุญที่ต้องการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองกาฬสินธุ์ รวมถึงชื่นชมโบราณสถานที่ผสมผสานกับความสงบของป่าไม้ได้อย่างลงตัว
- วิธีเดินทาง: ตั้งอยู่ในเขตอำเภอสหัสขันธ์ ห่างจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ประมาณ 34 กิโลเมตร ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปพิพิธภัณฑ์สิรินธร (ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว)
- Map: https://maps.app.goo.gl/gNh8546yD32RES7t7
9. วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.อุบลราชธานี

วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อดีตเป็นสถานที่วิปัสสนาของหลวงปู่คำคะนิง จุลมณี พระอริยสงฆ์ที่มีร่างไม่เน่าเปื่อย ซึ่งประดิษฐานอยู่ในโลงแก้วให้ผู้ศรัทธาได้มากราบไหว้ นอกจากความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวในการดูแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูลมาบรรจบกันจนเกิดเป็นปรากฏการณ์แม่น้ำสองสี เหมาะสำหรับนักเดินทางสาย Slow Life ต้องการสัมผัสความสงบ ชื่นชมวิถีชีวิตริมฝั่งโขงในมุมกว้างไกลสุดสายตา
- วิธีเดินทาง: จากตัวเมืองอุบลราชธานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 217 และ 2222 มุ่งหน้าสู่อำเภอโขงเจียม วัดจะอยู่ริมหน้าผาก่อนถึงตัวอำเภอประมาณ 1 กิโลเมตร
- Map: https://maps.app.goo.gl/hw9eXTqJ8BpbMVSHA
ข้อควรรู้ก่อนทัวร์วัดทางภาคอีสาน
- แต่งกายสุภาพ : สวมเสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงยาวคลุมเข่า เพื่อเป็นการเคารพสถานที่และผู้ปฏิบัติธรรม
- เช็กเวลาเปิด-ปิด : วัดป่าส่วนใหญ่มักปิดรับนักท่องเที่ยวเร็วกว่าปกติ (ประมาณ 16.00-17.00 น.) ควรวางแผนเดินทางให้ถึงก่อนเวลา
- ช่วงเวลาเดินทาง : แนะนำช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เพราะอากาศเย็นสบาย เดินเที่ยวชมวัดได้ทั้งวันโดยไม่ร้อนจัด
- เตรียมรถให้พร้อม : เนื่องจากวัดหลายแห่งตั้งอยู่บนภูเขาและมีทางคดเคี้ยว ควรใช้รถที่มีสมรรถนะดีและเช็กระบบเบรกก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
- เตรียมร่างกายให้พร้อม : บางวัดต้องเดินขึ้นบันไดสูงหรือเดินเท้าในพื้นที่กว้าง ควรเลือกใส่รองเท้าที่เดินสบายและพกน้ำดื่มติดตัว
- รักษาความสงบ : งดใช้เสียงดังเมื่อเข้าเขตวัดป่าสายปฏิบัติ เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิของพระสงฆ์และผู้ที่กำลังทำวัตรสวดมนต์
ดังนั้น วัดภาคอีสาน แต่ละจังหวัดมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นความอลังการของงานศิลปะบนหน้าผา ความแปลกใหม่ของอุโบสถเรืองแสง หรือความเงียบสงบของวัดป่าสายปฏิบัติ การทัวร์วัดทางภาคอีสาน จึงเป็นการพักผ่อนที่คุ้มค่า เพราะได้ทั้งความสบายใจ ได้ทำบุญ และได้เห็นความสวยงามของวัฒนธรรมท้องถิ่นในมุมมองใหม่ ๆเนื่องจากวัดสวยภาคอีสานหลายแห่งตั้งอยู่ห่างไกลจากระบบขนส่งสาธารณะ
การเลือกใช้บริการเช่ารถขอนแก่นหรือเช่ารถอุดรของ Drive Car Rental จะช่วยให้บริหารเวลาได้ตามต้องการและเข้าถึงพิกัดต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกในทุกเส้นทาง เพื่อให้การเดินทางทำบุญครั้งนี้ราบรื่นและเต็มไปด้วยความประทับใจ