ภาคอีสานเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ได้รับความนิยมในช่วงหน้าหนาว เพราะหลายพื้นที่มีอากาศเย็นสบายและธรรมชาติที่สวยงามแตกต่างกันในแต่ละจังหวัด ตลอดเส้นทางมีทั้งทะเลหมอกบนยอดภู ทุ่งดอกไม้ที่บานรับลมหนาว เมืองริมแม่น้ำโขงที่มีบรรยากาศเงียบสงบ รวมถึงฟาร์มและแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดให้เข้าชมเฉพาะฤดูกาล หากกำลังวางแผนออกเดินทาง บทความนี้ได้รวบรวม 25 ที่เที่ยวหน้าหนาวภาคอีสาน พร้อมข้อมูลของแต่ละแห่ง เพื่อให้เลือกปักหมุดและจัดทริปได้ง่ายในครั้งเดียว
1. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่มีชื่อเสียง ซึ่งต้องเดินจากเชิงเขาขึ้นไปถึงหลังแปประมาณ 5.5 กิโลเมตร แล้วต่อด้วยทางราบอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตรจึงจะถึงศูนย์บริการวังกวาง ระหว่างทางมีจุดพักตามซำ พร้อมร้านอาหารและเครื่องดื่มให้แวะเติมแรง เมื่อขึ้นถึงยอดจะได้พบทั้งป่าสน ทุ่งหญ้า น้ำตก และหน้าผาชมวิวหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นผานกแอ่นสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น ผาหล่มสักสำหรับชมพระอาทิตย์ตก รวมถึงสระอโนดาตและเส้นทางน้ำตกต่าง ๆ โดยอุทยานเปิดให้ขึ้นเขาตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงพฤษภาคม ส่วนเดือนมิถุนายนถึงกันยายนจะปิดเส้นทางเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ
2. อุทยานแห่งชาติภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือนับเป็นหนึ่งในสถานที่ที่หลายคนนึกถึงเมื่ออยากสัมผัสอากาศหนาว เพราะนอกจากอากาศเย็นสบายตลอดปีแล้ว ช่วงปลายปียังมีโอกาสชมทะเลหมอกและปรากฏการณ์แม่คะนิ้งที่เกิดขึ้นในบางวันอีกด้วย ตลอดเส้นทางภายในอุทยานจะได้พบทั้งป่าสน ทุ่งหญ้า และแนวภูเขาที่สลับซับซ้อน โดยมียอดภูเรือเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทัศนียภาพได้กว้างไกล ส่วนจุดชมทิวทัศน์เดโชและผาโหล่นน้อยเป็นมุมชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ได้รับความนิยม ก่อนแวะเที่ยวผาซำทอง น้ำตกห้วยไผ่ และสวนหินธรรมชาติที่กระจายตัวอยู่ภายในอุทยาน
3. เชียงคานและภูทอก

ภูทอกตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นภูเขาที่ทอดตัวขนานไปกับแม่น้ำโขง จากยอดภูสามารถมองเห็นแม่น้ำโขง ตัวอำเภอเชียงคาน และทิวเขาสลับซับซ้อนได้แบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงปลายฝนถึงต้นหนาวระหว่างเดือนตุลาคม – ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสพบทะเลหมอกได้บ่อย และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเลย สำหรับการขึ้นไปยังจุดชมวิว นักท่องเที่ยวต้องใช้บริการรถสองแถวของชุมชนจากจุดจอดรถด้านล่าง เพื่อช่วยจัดระเบียบการเดินทางและรักษาสภาพพื้นที่
4. ภูลมโล

ภูลมโลตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บริเวณรอยต่อของจังหวัดเลย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ จนได้รับการขนานนามว่าซากุระเมืองไทย จากผืนป่านางพญาเสือโคร่งที่แผ่กว้างกว่า 1,000 ไร่ เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม ดอกนางพญาเสือโคร่งจะทยอยผลิบานปกคลุมทั่วทั้งหุบเขาและกลายเป็นสีชมพูสดตัดกับผืนป่า ทั้งนี้ การเดินทางขึ้นภูลมโลต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างลาดชันและเป็นทางลูกรังตลอดสาย อีกทั้งพื้นที่ไม่เปิดให้พักแรม จึงควรวางแผนเที่ยวแบบไปเช้า – เย็นกลับ หรือเลือกพักในที่พักบริเวณใกล้เคียง
5. ภูป่าเปาะ (ฟูจิเมืองเลย)

ภูป่าเปาะหรือฟูจิเมืองเลยคือจุดชมวิวบนยอดภูที่สามารถมองเห็นภูหอ ภูเขายอดตัดซึ่งมีรูปร่างคล้ายภูเขาไฟฟูจิของญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจน ด้วยความสูงประมาณ 910 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้มองเห็นทิวทัศน์เมืองเลยได้กว้างไกลแบบพาโนรามา 360 องศา ทั้งภูหลวง ภูกระดึง สวนหินผางาม และแนวภูเขาโดยรอบ ช่วงปลายฝนต้นหนาวต่อเนื่องถึงฤดูหนาวเป็นช่วงที่มีโอกาสพบทะเลหมอกปกคลุมยอดภู พร้อมชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกท่ามกลางธรรมชาติ การเดินทางขึ้นจุดชมวิวต้องใช้บริการรถอีแต๊กของชุมชน ก่อนเดินเท้าต่อไปยังจุดชมวิวสูงสุด
6. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่คือจุดหมายที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว โดยอุทยานแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ถึง 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ปราจีนบุรี นครนายก และสระบุรี บนพื้นที่กว่า 2,215 ตารางกิโลเมตร ภายในเต็มไปด้วยผืนป่าหลากหลายรูปแบบ ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า จนกลายเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยเฉพาะช้างป่า กวาง และนกหลากหลายสายพันธุ์ นอกจากความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติแล้ว เขาใหญ่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมาย ทั้งน้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต จุดชมวิวผาเดียวดาย และอ่างเก็บน้ำสายศร พร้อมบรรยากาศเย็นสบายตลอดปี ทำให้เป็นจุดหมายที่สามารถเที่ยวได้ทุกฤดูกาล
7. วังน้ำเขียว

วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นอำเภอที่มีชื่อมาจากธรรมชาติของพื้นที่ โดยมีวังน้ำใสสะอาดที่สะท้อนเงาสีเขียวจากต้นไม้โดยรอบ จนกลายเป็นที่มาของชื่อวังน้ำเขียว ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้มีอากาศเย็นสบายตลอดปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มักมีสายหมอกปกคลุมเหนือผืนป่าและแนวเขา ภายในพื้นที่เต็มไปด้วยธรรมชาติหลากหลาย ทั้งจุดชมวิว น้ำตก สวนดอกไม้ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น สวนผลไม้เมืองหนาว แปลงผักปลอดสารพิษ และฟาร์มเห็ดหอม
8. จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

สำหรับใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเรียนรู้วิถีอีสาน ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่น่าสนใจ ซึ่งเดิมทีสถานที่แห่งนี้คือแหล่งผลิตไข่ไหมและเพาะปลูกต้นหม่อน ก่อนเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในปี พ.ศ. 2544 เพื่อเผยแพร่วิถีเกษตรกรรม การเลี้ยงไหม และวัฒนธรรมอีสาน ภายในฟาร์มมีทั้งแปลงดอกไม้ สวนผักออร์แกนิก และพื้นที่เกษตรตามฤดูกาล พร้อมไฮไลต์อย่างทุ่งคอสมอสสีชมพู แปลงฟักทองยักษ์ หมู่บ้านอีสาน และ Jim Village ที่ถ่ายทอดขั้นตอนการผลิตผ้าไหมตั้งแต่การเลี้ยงหนอนไหมจนถึงการทอผ้า ก่อนปิดท้ายด้วย Jim Market แหล่งรวมผลิตภัณฑ์จากฟาร์มและงานหัตถกรรมพื้นถิ่น โดยเปิดให้เข้าชมช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี
9. จุดชมวิวกังหันลม เขื่อนลำตะคอง

เขื่อนลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมาสร้างขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ก่อนกลายเป็นหนึ่งในจุดชมวิวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของโคราช โดยเฉพาะบริเวณจุดชมวิวกังหันลมเขายายเที่ยง ที่สามารถมองเห็นกังหันลมขนาดใหญ่เรียงรายบนสันเขา พร้อมทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำลำตะคองและภูเขาโดยรอบแบบกว้างไกล นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวริมเขื่อน ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนที่เปิดให้สัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติริมอ่างเก็บน้ำ
10. หินสามวาฬ (บึงกาฬ)

หินสามวาฬ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู จังหวัดบึงกาฬ เป็นกลุ่มหินทรายขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติมายาวนานกว่า 75 ล้านปี มีลักษณะเป็นหิน 3 ก้อนเรียงตัวติดหน้าผาสูง เมื่อมองจากมุมไกลจะคล้ายกับฝูงวาฬที่กำลังแหวกว่ายอยู่กลางผืนป่า จึงเป็นที่มาของชื่อหินสามวาฬหรือหินพ่อแม่ลูก บริเวณด้านบนสามารถชมวิวภูเขาและผืนป่าของภูสิงห์ได้กว้างไกล นอกจากนี้ภายในพื้นที่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่น ๆ เช่น หัวใจภูสิงห์ หินหัวช้าง และถ้ำฤาษี ที่สามารถแวะชมได้ตลอดเส้นทาง
11. ถ้ำนาคา (บึงกาฬ)

อีกหนึ่งความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาคือถ้ำนาคา เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่มีเอกลักษณ์จากหินทรายอายุกว่า 70 ล้านปี และเกิดลวดลายแตกเป็นชั้นคล้ายเกล็ดงูจากปรากฏการณ์ Sun Crack ผสานกับรูปทรงของก้อนหินที่โค้งมนคล้ายลำตัวพญานาค จนกลายเป็นภาพจำของถ้ำแห่งนี้ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทางประมาณ 1 – 2 กิโลเมตร ผ่านผืนป่า จุดชมวิว และเส้นทางขึ้นไปยังบริเวณถ้ำที่เต็มไปด้วยหินรูปร่างแปลกตา
12. สกายวอล์ค วัดผาตากเสื้อ (หนองคาย)

หากต้องการชมวิวแม่น้ำโขงแบบกว้างไกลจากมุมสูง สกายวอล์ควัดผาตากเสื้อเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยวหนองคาย ด้วยทางเดินกระจกรูปตัวยูที่ยื่นออกจากหน้าผาประมาณ 6 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นแม่น้ำโขงที่ทอดยาวเป็นแนวแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว รวมถึงทิวเขาฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ภายในวัดยังมีโบสถ์และบันไดพญานาคให้แวะชม พร้อมลานจอดรถที่รองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว
13. พันโขดแสนไคร้ (หนองคาย)

พันโขดแสนไคร้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติริมแม่น้ำโขง เกิดจากปรากฏการณ์ในช่วงฤดูแล้งที่ระดับน้ำโขงลดลง จนเผยให้เห็นโขดหินน้อยใหญ่จำนวนมากกระจายตัวอยู่กลางลำน้ำ พร้อมต้นไคร้สีเขียวที่ขึ้นแทรกตามก้อนหิน จนกลายเป็นภูมิทัศน์คล้ายสวนธรรมชาติกลางแม่น้ำ จุดเด่นของพื้นที่อยู่ที่ความสวยงามของแก่งหินและสายน้ำโขง โดยเฉพาะบริเวณแก่งพาลที่สามารถชมแสงอาทิตย์ตกสะท้อนผิวน้ำเป็นประกาย รวมถึงโขดหินหลายก้อนที่มีชื่อเรียกและเรื่องราวเฉพาะ เช่น โขดหินสีเขียวมรกตที่มีพื้นผิวมันวาว หรือแกร่งกล้า
14. พญาศรีสัตตนาคราช (นครพนม)
ริมแม่น้ำโขงของนครพนม มีอีกหนึ่งจุดเช็กอินสำคัญอย่างพญาศรีสัตตนาคราช ประติมากรรมพญานาค 7 เศียรที่ตั้งโดดเด่นบริเวณเขื่อนหน้าเมืองนครพนม โดยสร้างขึ้นจากความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคแห่งลุ่มน้ำโขงที่มีความผูกพันกับพระพุทธศาสนาและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนในพื้นที่ให้ความเคารพ องค์พญาศรีสัตตนาคราชหล่อด้วยทองเหลืองทั้งองค์ มีความสูงรวมฐานกว่า 16 เมตร และหันหน้าออกสู่แม่น้ำโขง รอบบริเวณยังมีลานพญานาคาและจุดชมวิวริมแม่น้ำโขงที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ฝั่งเมืองท่าแขก สปป.ลาว ได้อย่างชัดเจน
15. วัดพระธาตุพนม (นครพนม)

พระธาตุพนม วรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม เป็นปูชนียสถานสำคัญคู่ลุ่มน้ำโขงและศูนย์รวมความศรัทธาของผู้คนมาอย่างยาวนาน จากหลักฐานทางโบราณคดีเชื่อว่าสร้างขึ้นราว พ.ศ. 1200 – 1400 ขณะที่ตำนานอุรังคธาตุเล่าขานว่าภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์พระธาตุมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมก่อด้วยอิฐ สูง 53.60 เมตร ตั้งอยู่บนภูกำพร้า ประดับด้วยลวดลายอันงดงามและฉัตรทองคำบนยอด แม้เคยพังทลายลง แต่ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ตามรูปแบบเดิม ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นสถานที่สักการะสำคัญของชาวนครพนมและผู้ศรัทธาทั่วประเทศ โดยเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้เกิดวันอาทิตย์และพระธาตุประจำปีวอก พร้อมมีงานนมัสการพระธาตุพนมจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี
16. ทะเลบัวแดง (อุดรธานี)

ทะเลบัวแดง หนองหาน จังหวัดอุดรธานี แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่กว่า 36 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอกุมภวาปีและพื้นที่ใกล้เคียง ที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำหลากหลายชนิด จนได้รับการยกให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของประเทศไทย จุดเด่นคือปรากฏการณ์ดอกบัวแดงจำนวนมากที่ผลิบานเต็มผืนน้ำในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ถึงประมาณ 11.00 น. จะเห็นดอกบัวแดงบานสะพรั่งสุดสายตา สร้างทัศนียภาพคล้ายทะเลสีชมพูแดงกลางหนองหาน ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมความงดงามของดอกบัว โดยมีจุดขึ้นเรือหลักที่ท่าเรือบ้านเดียม เปิดให้บริการทุกวันช่วงเวลา 06.00 – 17.00 น.
17. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (อุดรธานี)

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทนับเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยยูเนสโก พื้นที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี โดดเด่นด้วยภูมิประเทศหินทรายที่ถูกกัดเซาะตามธรรมชาติจนเกิดเป็นเพิงหินและโขดหินรูปร่างแปลกตา ภายในพบโบราณสถานและหลักฐานสำคัญมากมาย เช่น หอนางอุสา กู่นางอุสา พระพุทธบาทบัวบก พระพุทธบาทหลังเต่า ถ้ำพระ รวมถึงภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์กว่า 54 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อ วิถีชีวิต และพัฒนาการของผู้คนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
18. ป่าคำชะโนด (อุดรธานี)

ป่าคำชะโนดถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของภาคอีสาน พื้นที่แห่งนี้มีลักษณะเป็นผืนป่าลอยน้ำที่เกิดจากการทับถมและรวมตัวของซากพืชน้ำเป็นเวลานาน จนกลายเป็นเกาะกลางอ่างเก็บน้ำกุดขาม ภายในปกคลุมด้วยต้นชะโนด พืชท้องถิ่นที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงกับตำนานเมืองบาดาลและความเชื่อเรื่องพญานาค โดยเฉพาะปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมา ปัจจุบันมีจุดสำคัญอย่างศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และสะพานพญานาค ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมาสักการะและสัมผัสบรรยากาศของป่าคำชะโนด
19. ผาชะนะได (อุบลราชธานี)
ผาชะนะได จังหวัดอุบลราชธานีอยู่ในพื้นที่ป่าดงนาทามภายในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่โดดเด่นด้วยตำแหน่งทางทิศตะวันออกสุดของประเทศไทย จนได้รับการขนานนามว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม และเป็นพื้นที่อ้างอิงในการคำนวณเวลาพระอาทิตย์ขึ้นของกรมอุตุนิยมวิทยา บริเวณผาชะนะไดมีลักษณะเป็นลานหินและหน้าผาสูงประมาณ 450 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถชมวิวแม่น้ำโขงที่ทอดยาว พร้อมทิวเขาฝั่ง สปป.ลาว ได้อย่างกว้างไกล โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาวที่มีอากาศเย็นและมักพบทะเลหมอกในยามเช้า
20. สามพันโบก (อุบลราชธานี)

หนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของลุ่มน้ำโขงที่ไม่ควรพลาดคือสามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี แก่งหินขนาดใหญ่กลางแม่น้ำโขงที่เกิดจากการกัดเซาะของกระแสน้ำวนซึ่งไหลผ่านชั้นหินมาเป็นเวลานาน จนเกิดเป็นแอ่งหินธรรมชาติมากกว่า 3,000 แอ่ง โดยคำว่า “โบก” เป็นภาษาลาวที่หมายถึงแอ่งน้ำ ในช่วงฤดูน้ำหลากพื้นที่แห่งนี้จะจมอยู่ใต้แม่น้ำโขง ก่อนเผยความงดงามอีกครั้งในช่วงฤดูแล้ง เมื่อแอ่งหินและลวดลายตามธรรมชาติปรากฏขึ้น ทั้งรูปวงกลม วงรี และรูปทรงแปลกตาหลากหลายแบบ จนได้รับการขนานนามว่าแกรนด์แคนยอนเมืองไทย
21. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (อุบลราชธานี)

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าวหรือที่รู้จักกันในชื่อวัดเรืองแสง เดิมเป็นวัดป่าที่ก่อตั้งโดยพระอาจารย์บุญมาก ฐิติปัญโญ พระสายวิปัสสนาจากเมืองจำปาสัก ประเทศลาว ก่อนจะได้รับการบูรณะและพัฒนาให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม ภายในวัดมีพระอุโบสถที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมวัดเชียงทองของลาว โดดเด่นด้วยภาพจิตรกรรมต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงบริเวณด้านหลังอุโบสถ ซึ่งจะปรากฏเป็นสีเขียวสว่างงดงามในช่วงเวลากลางคืน
22. มอหินขาว (ชัยภูมิ)

มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา โดดเด่นด้วยกลุ่มหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนและการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ก่อนถูกกัดเซาะด้วยธรรมชาติเป็นเวลานับล้านปี จนเกิดเป็นแท่งหินและลานหินรูปร่างแปลกตา ซึ่งมีอายุชั้นหินประมาณ 175 – 195 ล้านปี โดยจุดเด่นของพื้นที่คือเสาหิน 5 ต้น ซึ่งเป็นกลุ่มหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ รวมถึงกลุ่มหินโขลงช้างที่มีแท่งหินหลากหลายรูปทรงตามจินตนาการ เช่น รูปช้าง เต่า เจดีย์ และเห็ด นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวผาหัวนาคและจุดชมวิวต่าง ๆ ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ภูเขาและผืนป่าโดยรอบได้
23. ทุ่งกะมัง (ชัยภูมิ)

สำหรับผู้ที่หลงใหลธรรมชาติและการชมสัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าอีสานได้อย่างชัดเจน ด้วยพื้นที่อนุรักษ์ขนาดใหญ่กว่า 1.1 ล้านไร่ ครอบคลุมเขตอำเภอคอนสาร เกษตรสมบูรณ์ และหนองบัวแดง ภายในเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกยูง เก้ง กวาง เนื้อทราย กระทิง และสัตว์ป่าอีกมากมายที่ดำรงชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ธรรมชาติสำคัญอย่าง ทุ่งกะมัง ทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งอาหารของสัตว์กินพืชและพื้นที่ฟื้นฟูสัตว์ป่าตามโครงการพระราชดำริ รวมถึงลานจันทร์ ตาดหินแดง บึงแปน น้ำตก และผาเทวดา
24. ภูผาม่าน (ขอนแก่น)

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในจังหวัดขอนแก่นที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร คงหนีไม่พ้น อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากแนวภูเขาหินปูนสูงชันที่ตั้งตระหง่านเป็นแนวยาวคล้ายกับผืนผ้าม่าน ภายในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าดิบและป่าเบญจพรรณ พร้อมแหล่งธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย เช่น ถ้ำค้างคาว ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของค้างคาวจมูกปุ่มนับล้านตัวและเกิดเป็นภาพฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำในช่วงเย็น ถ้ำพระและถ้ำพญานาคราชที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม รวมถึงถ้ำลายแทงที่ค้นพบภาพเขียนสีโบราณ นอกจากนี้ยังมีน้ำตกตาดฟ้าและน้ำตกตาดใหญ่ ที่สร้างความงดงามให้กับผืนป่าแห่งนี้
25. วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ (มุกดาหาร)

วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ จังหวัดมุกดาหารคือศาสนสถานสำคัญที่ตั้งอยู่บนยอดภูมโนรมย์ มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองมุกดาหาร แม่น้ำโขง สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 รวมถึงแขวงสะหวันนะเขต ประเทศลาว เดิมเป็นวัดร้างก่อนจะได้รับการบูรณะและพัฒนาให้เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา ภายในวัดมีโบราณสถาน ได้แก่ พระธาตุภูมโนรมย์ พระอังคารเพ็ญ และรอยพระพุทธบาทจำลอง ต่อมาได้สร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ พระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหารและพญาศรีมุกดามหามุนีนีลปาลนาคราช พญานาคองค์ใหญ่สีฟ้าอมเขียวที่หันพระเศียรออกสู่แม่น้ำโขง
ช่วงที่เหมาะกับการชมดอกไม้และไฮไลต์หน้าหนาวอีสาน อัปเดตล่าสุด
| เดือน | ไฮไลต์เด่น | สถานที่แนะนำ |
| พฤศจิกายน | ดอกไม้ป่าบนลานหิน / น้ำโขงเริ่มลด | ผาแต้ม, ทุ่งโนนสน, สามพันโบก |
| ธันวาคม | เมเปิลเปลี่ยนสี / ดอกคริสต์มาส | ภูกระดึง, ภูเรือ, จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม |
| มกราคม | นางพญาเสือโคร่ง / ทะเลบัวแดง | ภูลมโล, หนองหาน (กุมภวาปี) |
| กุมภาพันธ์ | ดอกจานบาน / งานประเพณี | ทุ่งกุลาร้องไห้, งานนมัสการพระธาตุพนม |
เคล็ดลับการเตรียมตัวเที่ยวหน้าหนาวภาคอีสาน
การเที่ยวภาคอีสานในช่วงหน้าหนาวเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับสัมผัสอากาศเย็น ชมทะเลหมอก ดอกไม้ตามธรรมชาติ และทิวทัศน์ริมโขง แต่ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและบางพื้นที่เป็นภูเขาหรือป่า ควรเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้เดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
- วางแผนการเดินทาง: แหล่งท่องเที่ยวหน้าหนาวหลายแห่งในภาคอีสานมักอยู่ห่างจากตัวเมือง การเลือกเดินทางด้วยรถยนต์จะช่วยให้สามารถวางแผนเส้นทางและแวะเที่ยวตามจุดต่าง ๆ ได้สะดวกมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวที่เริ่มต้นเดินทางจากขอนแก่นสามารถเลือกใช้บริการเช่ารถขอนแก่นได้ ขณะที่ผู้ที่อยู่ในจังหวัดอุดรธานีหรือพื้นที่ใกล้เคียงก็สามารถเลือกเช่ารถอุดรธานีเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้เช่นกัน
- เตรียมเสื้อผ้ากันหนาวให้เหมาะกับพื้นที่: ช่วงเช้าและกลางคืนในพื้นที่ภูเขาอากาศอาจหนาวกว่าพื้นราบ ควรเตรียมเสื้อกันหนาว เสื้อแขนยาว หมวก ผ้าพันคอ หรืออุปกรณ์เพิ่มความอบอุ่น โดยเฉพาะการขึ้นจุดชมวิวสูง เช่น ภูกระดึง ภูเรือ และผาชะนะได
- เตรียมอุปกรณ์สำหรับเที่ยวธรรมชาติ : ควรพกของจำเป็น เช่น รองเท้าที่เดินสบาย ยาประจำตัว ไฟฉาย น้ำดื่ม กล้องถ่ายภาพ และแบตเตอรี่สำรอง เพราะบางพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางแจ้งหรืออยู่ห่างจากชุมชน เพื่อให้เที่ยวได้อย่างสะดวกมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเมื่อเดินทางไปเที่ยวหน้าหนาวภาคอีสาน (FAQ)
เที่ยวอีสานหน้าหนาวต้องกังวลเรื่องฝุ่น PM 2.5 หรือไม่?
ในช่วงหน้าหนาวบางพื้นที่อาจมีปัญหาฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่นิ่ง จึงควรตรวจสอบค่าฝุ่นก่อนออกเดินทาง และเตรียมหน้ากากป้องกันฝุ่นไว้เพื่อความสะดวกและปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ที่มีความไวต่อมลภาวะทางอากาศ
ช่วงเวลาไหนที่เป็นช่วงหนาวที่สุดของแต่ละปี?
ภาคอีสานจะมีอากาศหนาวที่สุดช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขาและพื้นที่สูง อุณหภูมิอาจลดลงมากในช่วงเช้าและกลางคืน
ไปดูพญาเสือโคร่งที่ภูลมโลช่วงไหนดีที่สุด?
ช่วงที่เหมาะที่สุดคือเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานเต็มพื้นที่ สร้างทิวทัศน์สีชมพูสวยงามทั่วทั้งหุบเขา แต่ช่วงเวลาบานอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศในแต่ละปี ควรตรวจสอบก่อนเดินทางอีกครั้ง
การเดินทางไปสัมผัสที่เที่ยวหน้าหนาวภาคอีสาน ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งภูเขา ทะเลหมอก ดอกไม้เมืองหนาว และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทาง เนื่องจากอากาศเย็นสบายและธรรมชาติมีความสวยงาม
หากต้องการเที่ยวอีสานหน้าหนาว การวางแผนเส้นทางล่วงหน้าจะช่วยให้เดินทางได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเที่ยวหลายพื้นที่ สามารถเลือกใช้บริการเช่ารถขอนแก่น หรือ เช่ารถอุดรธานี จาก Drive Car Rental เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางและจัดทริปได้ตามต้องการ