เหนื่อยกับรถติด ตึกสูง และบรรยากาศเดิม ๆ ในกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ วันหยุดครั้งต่อไปลองเปลี่ยนวิวรอบตัวเป็นภูเขา ป่า และพื้นที่สีเขียวกันดู เพราะการ เที่ยวภูเขาใกล้กรุงเทพ ไม่จำเป็นต้องมีวันหยุดยาว หลายแห่งสามารถขับรถไปเช้าเย็นกลับได้ หรือถ้ามีเวลามากขึ้นก็พักค้างคืนสัก 1 คืนแล้วค่อยเดินทางกลับ
แต่คำว่า “ภูเขาใกล้กรุงเทพ” ก็มีหลายแบบ ตั้งแต่เส้นทางที่รถเก๋งทั่วไปเข้าถึงได้ จุดชมวิวที่ต้องเดินต่อ ไปจนถึงพื้นที่ที่ต้องต่อเรือหรือใช้รถรับ-ส่งของพื้นที่
บทความนี้จึงรวม 10 ที่เที่ยวภูเขาใกล้กรุงเทพ มาให้เลือก พร้อมระยะทางโดยประมาณจากกรุงเทพฯ ลักษณะการเดินทาง และข้อมูลที่ควรรู้ก่อนจัด Route เพื่อให้เลือกได้ง่ายขึ้นว่าที่ไหนเหมาะกับวันหยุดของคุณมากที่สุด
หมายเหตุ: ระยะทางและเวลาเดินทางเป็นค่าประมาณ โดยอาจแตกต่างกันตามจุดเริ่มต้นในกรุงเทพฯ เส้นทาง สภาพการจราจร และจุดหมายจริงภายในแต่ละพื้นที่
1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
ถ้าพูดถึง ภูเขาใกล้กรุงเทพ ที่สามารถขับรถไปเที่ยวได้ในวันหยุด เขาใหญ่น่าจะเป็นหนึ่งในชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะสามารถจัดทริปได้ทั้งแบบ One Day Trip และค้างคืน
ภายในอุทยานมีถนนเชื่อมไปยังจุดท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวสุวัต จุดชมวิว และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ขณะเดียวกันพื้นที่รอบเขาใหญ่ฝั่งปากช่องก็มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักให้เลือกจำนวนมาก จึงสามารถจัด Route ได้หลายแบบตามเวลาที่มี
หากต้องการไปเช้าเย็นกลับ ควรออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าเพื่อให้มีเวลาเที่ยวมากขึ้น แต่ถ้าอยากเดินเส้นทางธรรมชาติ ดูพระอาทิตย์ขึ้น หรือเที่ยวหลายจุด การพัก 1 คืนจะช่วยให้ไม่ต้องรีบขับรถกลับในวันเดียว
ระยะทางจากกรุงเทพฯ: ประมาณ 180 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 2.5–3 ชั่วโมง
เหมาะกับ: One Day Trip / 2 วัน 1 คืน
การเดินทาง: รถยนต์เข้าถึงจุดท่องเที่ยวหลักหลายแห่งได้
สำหรับการขับรถภายในอุทยาน ควรใช้ความเร็วตามที่กำหนด ระวังสัตว์ป่าข้ามถนน และไม่จอดรถหรือออกนอกพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่อนุญาต
2. เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
นครนายกเป็นอีกจังหวัดที่เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องขับรถไกลมาก และหนึ่งในจุดเด่นของจังหวัดคือ เขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งมีวิวภูเขาล้อมรอบอ่างเก็บน้ำ
ด้วยระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ จึงสามารถออกเดินทางตอนเช้า เที่ยวเขื่อน แล้วจัด Route ไปน้ำตก ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ในนครนายกต่อได้โดยไม่จำเป็นต้องพักค้างคืน
หากมีเวลามากขึ้น เขื่อนขุนด่านยังสามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเดินทางไปเขาช่องลมได้อีกด้วย
ระยะทางจากกรุงเทพฯ: ประมาณ 130 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 2–2.5 ชั่วโมง
เหมาะกับ: One Day Trip
การเดินทาง: รถยนต์ทั่วไปเดินทางถึงบริเวณเขื่อนได้
3. เขาช่องลม จ.นครนายก

หากมาเขื่อนขุนด่านและอยากเข้าใกล้ธรรมชาติมากขึ้น เขาช่องลม เป็นอีกหนึ่งจุดที่สามารถจัดไว้ใน Route เดียวกันได้ โดยมีจุดเด่นเป็นวิวหุบเขา ลำธาร และพื้นที่สีเขียว
แต่สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเดินทางคือ ไม่สามารถขับรถเข้าไปถึงเขาช่องลมโดยตรง นักท่องเที่ยวต้องขับรถมาที่บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชลก่อน จากนั้นจึงต่อเรือเข้าไปและเดินเท้าในบางช่วง
สภาพพื้นที่และการให้บริการเรือขึ้นอยู่กับระดับน้ำและสภาพอากาศ จึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนัก
ระยะทางจากกรุงเทพฯ: ประมาณ 130 กิโลเมตร ถึงเขื่อนขุนด่าน
ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 2–2.5 ชั่วโมง + เวลาเดินทางด้วยเรือ
เหมาะกับ: One Day Trip
การเดินทาง: ขับรถถึงเขื่อนขุนด่าน จากนั้นต่อเรือและเดินเท้า
4. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า จ.สระบุรี
ใครกำลังหา ที่เที่ยวภูเขาใกล้กรุงเทพค้างคืน และอยากได้บรรยากาศป่ามากกว่าคาเฟ่หรือรีสอร์ต ลองมองเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้าไว้เป็นอีกตัวเลือก
พื้นที่นี้เหมาะกับการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะคนที่อยากเปลี่ยนจากการนอนโรงแรมมาเป็นทริป Camping สักคืน
ระยะทางจากกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 140 กิโลเมตร จึงไม่ไกลจนต้องใช้วันหยุดหลายวัน สามารถออกจากกรุงเทพฯ ตอนเช้า ใช้เวลาช่วงบ่ายพักผ่อน แล้วค้างคืนก่อนเดินทางกลับในวันถัดไปได้
หากวางแผนกางเต็นท์ ควรตรวจสอบสถานะการเปิดพื้นที่ การจอง และกฎของเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง เพราะรายละเอียดการให้บริการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาและสภาพอากาศ
ระยะทางจากกรุงเทพฯ: ประมาณ 140 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 2–2.5 ชั่วโมง
เหมาะกับ: 2 วัน 1 คืน / Camping
การเดินทาง: รถยนต์เดินทางเข้าพื้นที่ได้ แต่ควรเช็กสภาพเส้นทางก่อนเดินทาง
5. สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

ถ้าอยากเห็นภูเขาแต่ไม่อยากเดินป่าหรือขับรถขึ้นเส้นทางลำบากมาก สวนผึ้ง เป็นอีก Route ที่จัดทริปง่าย เพราะมีทั้งที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ และสถานที่ท่องเที่ยวกระจายตัวอยู่ตามเส้นทาง
จุดเด่นจึงไม่ใช่การขึ้นไปพิชิตยอดเขา แต่เป็นการ Road Trip ท่ามกลางภูมิประเทศที่รายล้อมด้วยแนวเขา เหมาะกับคนที่อยากพักค้างคืนแล้วค่อย ๆ แวะเที่ยวแต่ละจุดมากกว่าการรีบเก็บหลายสถานที่ภายในวันเดียว
จากกรุงเทพฯ ใช้ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร หากมีเวลาหนึ่งวันก็สามารถไปกลับได้ แต่ถ้าอยากแวะหลายจุดหรือพักผ่อนแบบไม่เร่งรีบ แนะนำให้เพิ่มเป็น 2 วัน 1 คืน
ระยะทางจากกรุงเทพฯ: ประมาณ 160 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 2.5–3 ชั่วโมง
เหมาะกับ: One Day Trip / 2 วัน 1 คืน
การเดินทาง: รถยนต์ทั่วไปเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหลักได้
6. เขากระโจม จ.ราชบุรี
ถ้าอยากเพิ่มความ Adventure จากสวนผึ้งขึ้นมาอีกระดับ เขากระโจม เป็นจุดชมวิวที่หลายคนเดินทางไปเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในวันที่สภาพอากาศเหมาะสม
แต่เส้นทางขึ้นเขากระโจมแตกต่างจากการขับเที่ยวสวนผึ้งทั่วไป เพราะบางช่วงมีความลาดชันและสภาพทางอาจเปลี่ยนไปตามฤดูกาล จึงไม่ควรเหมารวมว่ารถยนต์ทุกประเภทสามารถขับขึ้นไปได้
หากนำรถทั่วไปมาจากกรุงเทพฯ สามารถใช้สำหรับเดินทางมาถึงพื้นที่สวนผึ้งหรือจุดต่อรถ แล้วเลือกใช้บริการรถท้องถิ่นที่เหมาะกับเส้นทางขึ้นเขาแทนได้
ระยะทางจากกรุงเทพฯ: ประมาณ 180 กิโลเมตร ถึงพื้นที่ต้นทาง
ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 3–3.5 ชั่วโมง + เวลาเดินทางขึ้นเขา
เหมาะกับ: 2 วัน 1 คืน / สายชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก
การเดินทาง: ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและรถที่เหมาะสมก่อนขึ้นเขา
7. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
หากเพิ่มระยะทางจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาอีกเล็กน้อย อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอีกจุดหมายสำหรับคนที่อยากใช้วันหยุดอยู่กับธรรมชาติแบบเต็ม ๆ
พื้นที่อุทยานมีทั้งป่า อ่างเก็บน้ำ จุดชมวิว และพื้นที่พักแรม จึงเหมาะกับการจัดทริป 2 วัน 1 คืนมากกว่าการขับไปกลับแบบเร่งรีบ โดยเฉพาะหากตั้งใจเที่ยวมากกว่าหนึ่งจุดภายในพื้นที่
ก่อนเดินทางควรตรวจสอบว่าจุดที่ต้องการเข้าเที่ยวเปิดให้บริการหรือไม่ เพราะแต่ละพื้นที่ภายในอุทยานอาจมีช่วงเวลา กฎการเข้าใช้พื้นที่ และข้อจำกัดด้านยานพาหนะที่แตกต่างกัน
ระยะทางจากกรุงเทพฯ: ประมาณ 190 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 3–3.5 ชั่วโมง
เหมาะกับ: 2 วัน 1 คืน / Camping
การเดินทาง: ขึ้นอยู่กับจุดหมายภายในอุทยาน ควรเช็กข้อมูลของแต่ละพื้นที่ก่อนเดินทาง
8. เขาพะเนินทุ่ง จ.เพชรบุรี
หนึ่งในจุดที่คนรักทะเลหมอกน่าจะรู้จักคือ เขาพะเนินทุ่ง ซึ่งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
เสน่ห์ของที่นี่คือวิวภูเขาสลับซับซ้อนและโอกาสชมทะเลหมอก แต่การเดินทางไม่เหมือนการขับรถไปจุดชมวิวริมถนนทั่วไป เนื่องจากมีข้อกำหนดเรื่องเส้นทาง เวลาเข้า-ออก และการเดินทางภายในพื้นที่
หากนับจากกรุงเทพฯ ถึงพื้นที่ต้นทางสำหรับเดินทางต่อไปพะเนินทุ่ง ระยะทางรวมจะอยู่ประมาณ 220 กิโลเมตร จึงเหมาะกับการพักค้างคืนมากกว่าการขับรถไป-กลับภายในวันเดียว
ระยะทางจากกรุงเทพฯ: ประมาณ 220 กิโลเมตร ถึงพื้นที่ต้นทาง
ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 3.5–4 ชั่วโมง + เวลาเดินทางภายในอุทยาน
เหมาะกับ: 2 วัน 1 คืน / สายธรรมชาติและทะเลหมอก
การเดินทาง: มีข้อกำหนดเฉพาะของพื้นที่ ควรตรวจสอบกับอุทยานฯ ล่วงหน้า
9. เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี
สำหรับคนที่อยากได้ทริปภูเขาที่แตกต่างออกไป เขาคิชฌกูฏ เป็นเส้นทางที่ผสมทั้งธรรมชาติและการเดินทางไปนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง
สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ เส้นทางนมัสการเขาคิชฌกูฏ ไม่ได้เปิดตลอดทั้งปี แต่จะกำหนดช่วงเปิดเป็นรายปี จึงต้องตรวจสอบวันเปิด-ปิดล่าสุดก่อนวางแผนเดินทาง
นอกจากนี้ รถส่วนตัวไม่ได้ใช้สำหรับขับขึ้นไปถึงด้านบน แต่ใช้เดินทางจากกรุงเทพฯ มายังบริเวณจุดบริการ ก่อนต่อรถรับ-ส่งที่จัดไว้และเดินต่อในช่วงสุดท้ายของเส้นทาง
ด้วยระยะทางจากกรุงเทพฯ มากกว่า 200 กิโลเมตร หากไม่อยากขับรถกลับหลังลงจากเขา สามารถพักค้างคืนในจันทบุรีแล้วจัด Route เที่ยวสถานที่อื่นต่อในวันถัดไปได้
ระยะทางจากกรุงเทพฯ: ประมาณ 230 กิโลเมตร ถึงบริเวณจุดขึ้นรถ
ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 3.5–4 ชั่วโมง + ต่อรถขึ้นเขา
เหมาะกับ: One Day Trip / 2 วัน 1 คืน
การเดินทาง: ขับรถถึงจุดบริการ จากนั้นต่อรถรับ-ส่งและเดินเท้า
10. เขาแหลมหญ้า จ.ระยอง
ปิดท้ายด้วยภูเขาที่เปลี่ยนวิวจากผืนป่าเป็นทะเลกับ เขาแหลมหญ้า ภายในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง
ที่นี่เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งวิวภูเขาและทะเลในทริปเดียว สามารถเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมวิวชายฝั่ง แล้วจัด Route เที่ยวระยองต่อได้ จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการภูเขาสูงหรือเส้นทางขับรถชัน
หากมีเวลาเพียงวันเดียว สามารถออกจากกรุงเทพฯ ตอนเช้า เที่ยวเขาแหลมหญ้า แล้วหาร้านอาหารหรือคาเฟ่ในระยองก่อนเดินทางกลับได้ หรือจะเพิ่มเป็นทริป 2 วัน 1 คืนแล้วเที่ยวทะเลต่อก็ได้เช่นกัน
ระยะทางจากกรุงเทพฯ: ประมาณ 190 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินทาง: ประมาณ 3–3.5 ชั่วโมง
เหมาะกับ: One Day Trip / 2 วัน 1 คืน
การเดินทาง: รถยนต์เดินทางถึงพื้นที่อุทยานได้ ก่อนเดินเที่ยวตามเส้นทางที่กำหนด
เที่ยวภูเขาใกล้กรุงเทพ ที่ไหนดี? เลือกตามสไตล์ทริป
ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเริ่มจากที่ไหน ลองเลือกจากเวลาที่มีและรูปแบบการเที่ยวแทนการดูแค่ระยะทาง
อยากไปเช้าเย็นกลับ: เขื่อนขุนด่าน เขาช่องลม เขาใหญ่ หรือเขาแหลมหญ้า เป็นตัวเลือกที่สามารถจัดเป็น One Day Trip ได้ โดยนครนายกจะใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ น้อยที่สุดในกลุ่มนี้
อยากหาที่เที่ยวภูเขาใกล้กรุงเทพค้างคืน: สวนผึ้ง เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า และแก่งกระจาน เหมาะกับการเพิ่มเวลาเป็น 2 วัน 1 คืน เพื่อให้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้นและไม่ต้องรีบขับรถกลับในวันเดียว
อยากดูทะเลหมอก: เขากระโจมและเขาพะเนินทุ่งเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่การเกิดทะเลหมอกขึ้นอยู่กับความชื้น อุณหภูมิ ลม และสภาพอากาศ จึงไม่มีช่วงเวลาไหนที่รับประกันว่าจะเห็นได้ 100%
อยากเริ่มจากเส้นทางขับง่าย: เลือกสถานที่ที่รถยนต์ทั่วไปเข้าถึงจุดหลักได้ก่อน เช่น เขาใหญ่ นครนายก สวนผึ้ง หรือเขาแหลมหญ้า แล้วค่อยเพิ่ม Route ที่มีข้อจำกัดด้านสภาพเส้นทางหรือประเภทรถ
ขับรถเก๋ง เที่ยวภูเขาใกล้กรุงเทพ ได้ไหม
หนึ่งในคำถามยอดฮิตก่อนออกทริปคือ “รถเก๋งขับขึ้นเขาได้หรือเปล่า?” ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะเส้นทางภูเขาแต่ละแห่งแตกต่างกันมาก
สถานที่อย่างเขาใหญ่ สวนผึ้ง หรือจุดท่องเที่ยวหลักในนครนายก มีถนนที่รถยนต์ทั่วไปใช้งานเป็นประจำ แต่บางแห่ง เช่น เขากระโจม หรือพื้นที่เฉพาะภายในอุทยานแห่งชาติ อาจมีทางลาดชัน ถนนลูกรัง ข้อจำกัดประเภทรถ หรือกำหนดให้ใช้รถรับ-ส่งของพื้นที่แทน
ดังนั้นก่อนออกเดินทางควรเช็กอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ สภาพถนนล่าสุด ความลาดชัน ข้อกำหนดประเภทรถ และสภาพอากาศ โดยเฉพาะหลังฝนตก ซึ่งสภาพเส้นทางอาจแตกต่างจากวันที่อากาศแห้งอย่างมาก
หากเป็นเส้นทางขึ้น-ลงเขา ควรตรวจสภาพยาง เบรก ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง และระบบต่าง ๆ ของรถก่อนเดินทาง รวมถึงใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับทางลาดชัน และหลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกต่อเนื่องเป็นเวลานานขณะลงเขา
วางแผนเที่ยวภูเขาใกล้กรุงเทพ ด้วยรถยนต์ยังไง?
ข้อดีของการเที่ยวภูเขารอบกรุงเทพฯ คือหนึ่งจังหวัดมักมีสถานที่น่าสนใจกระจายอยู่หลายจุด เช่น ทริปนครนายกสามารถเริ่มจากเขื่อนขุนด่านแล้วแวะร้านอาหาร คาเฟ่ หรือน้ำตกระหว่างทาง ส่วนทริปสวนผึ้งก็สามารถเลือกที่พักแล้วค่อยจัด Route เที่ยวรอบ ๆ ได้ตามเวลาที่มี
การเดินทางด้วยรถจึงเหมาะกับทริปลักษณะนี้ เพราะสามารถกำหนดเวลาออกเดินทางและเลือกจุดแวะได้เอง โดยเฉพาะสถานที่ที่ระบบขนส่งสาธารณะเข้าไม่ถึงโดยตรง
สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัว สามารถเลือก เช่ารถกรุงเทพ กับ Drive Car Rental เพื่อออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ โดยสามารถรับรถที่สาขาในกรุงเทพฯ ใกล้บ้าน แล้วเลือกประเภทรถให้เหมาะกับจำนวนผู้โดยสาร สัมภาระ และลักษณะของทริป
อย่างไรก็ตาม หากปลายทางมีเส้นทางเฉพาะ เช่น ถนนลูกรัง ทางลาดชัน หรือมีข้อกำหนดประเภทรถ ควรตรวจสอบข้อจำกัดของสถานที่ก่อนเลือกรถ เพราะรถยนต์ทั่วไปไม่ได้เหมาะกับทุกเส้นทางภูเขา