ที่เที่ยวหน้าร้อนภาคอีสานมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ล่องแก่งอุทยาน จุดชมวิว ไปจนถึงวัดและสถานที่พักผ่อนคลายร้อน เหมาะทั้งกับทริปครอบครัว กลุ่มเพื่อน และคนที่อยากออกไปสัมผัสบรรยากาศใหม่ ๆ ในช่วงซัมเมอร์ บทความนี้จึงรวม 20 พิกัดยอดฮิตจากหลายจังหวัดทั่วภาคอีสานมาไว้ให้ครบ เพื่อให้การจัดทริปซัมเมอร์ของคุณสะดวกและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
1. สามพันโบก (จ.อุบลราชธานี)

สามพันโบก เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ริมแม่น้ำโขงที่โดดเด่นด้วยแอ่งหินกว่า 3,000 แอ่ง หรือที่เรียกว่าโบก เกิดจากกระแสน้ำพัดพากรวดและทรายหมุนวนกัดเซาะหินทรายต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเกิดเป็นหลุมและร่องหินรูปร่างแตกต่างกันทั่วบริเวณ จุดนี้จะมองเห็นได้ชัดในช่วงฤดูแล้งเมื่อระดับน้ำโขงลดลง โดยเฉพาะเดือนธันวาคม-เมษายน จึงเป็นช่วงที่สามารถเดินชมลานหินและรูปร่างของโบกต่าง ๆ ได้อย่างใกล้ชิด
2. หาดพัทยาน้อย เขื่อนสิรินธร (จ.อุบลราชธานี)
พัทยาน้อยหรือทะเลอีสานใต้ เป็นแหล่งเล่นน้ำและพักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิรินธร ตั้งอยู่ในอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี จุดเด่นคือพื้นที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และสันทรายที่ให้บรรยากาศคล้ายชายทะเล ซึ่งบริเวณริมน้ำมีเรือนแพและร้านอาหารให้เลือกนั่งพัก พร้อมกิจกรรมทางน้ำทั้งสไลเดอร์และเจ็ตสกี นับเป็นพิกัดคลายร้อนยอดนิยมของอุบลฯ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์และวันหยุดยาวที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นน้ำกันอย่างคึกคัก
3. บางแสน 2 เขื่อนอุบลรัตน์ (จ.ขอนแก่น)
ใครอยากหาที่เที่ยวภาคอีสานหน้าร้อน ลองแวะมาที่บางแสน 2 และหาดจอมทอง ที่นี่เป็นแหล่งพักผ่อนริมอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ที่ตั้งอยู่ที่บ้านหินเพิง ตำบลท่าเรือ ซึ่งห่างจากตัวเมืองประมาณ 53 กิโลเมตร โดยบริเวณนี้มีชายหาดน้ำจืดให้ลงเล่นน้ำ พร้อมกิจกรรมให้เลือกทั้งจักรยานน้ำ บานาน่าโบ๊ต และห่วงยาง อีกหนึ่งไฮไลต์คือร้านอาหารริมน้ำที่นำปลาจากอ่างเก็บน้ำมาปรุงเป็นเมนูต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปลานิล ปลาเนื้ออ่อน หรือปลาช่อน และหากอยู่จนถึงช่วงเย็นยังสามารถชมพระอาทิตย์ตกโดยมีแนวทิวเขาภูเก้าเป็นฉากหลังได้อีกด้วย
4. หาดแห่ (จ.นครพนม)
หาดแห่บ้านน้ำก่ำ เป็นพิกัดเล่นน้ำคลายร้อนริมแม่น้ำโขงที่คึกคักเป็นพิเศษในช่วงหน้าร้อน ตัวหาดเป็นทรายปนกรวดจึงทำให้น้ำค่อนข้างใส สามารถลงเล่นน้ำและนั่งพักตามซุ้มร้านอาหารบนหาดได้ โดยจะเที่ยวได้ในช่วงประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคมของแต่ละปี และในช่วงเดือนเมษายน ชาวบ้านยังร่วมกันสร้างสะพานไม้ไผ่เชื่อมจากฝั่งไปยังหาด พร้อมจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลสงกรานต์ จนกลายเป็นหนึ่งในจุดเล่นน้ำคลายร้อนที่คึกคักของนครพนม
5. น้ำตกห้วยหลวง (จ.อุบลราชธานี)

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเล่นน้ำตามหาดในช่วงหน้าร้อน น้ำตกห้วยหลวงในอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยก็เป็นอีกพิกัดที่น่าสนใจ ตัวน้ำตกเกิดจากลำธารห้วยหลวงไหลจากหน้าผาสูงประมาณ 45 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำขนาดใหญ่สีเขียวมรกต ด้านล่างมีหาดทรายขาวและพื้นที่สำหรับลงเล่นน้ำ ส่วนด้านบนมีจุดชมวิวและถ่ายภาพ หากต้องการลงไปชมตัวน้ำตกใกล้ ๆ ต้องเดินผ่านบันไดประมาณ 272 ขั้น โดยช่วงเดือนสิงหาคม-กุมภาพันธ์เป็นช่วงที่เหมาะแก่การเที่ยวชม จึงควรตรวจสอบสภาพน้ำและประกาศของอุทยานฯ ก่อนเดินทาง
6. อุทยานแห่งชาติตาดโตน (จ.ชัยภูมิ)

ช่วงหน้าร้อนของชัยภูมิ น้ำตกตาดโตนเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นน้ำกันอย่างคึกคัก โดยน้ำตกตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติตาดโตน มีความสูงประมาณ 6 เมตร และแนวหน้าผากว้างประมาณ 50 เมตร สายน้ำจะไหลผ่านลานหินก่อนตกลงสู่แอ่งด้านล่าง ซึ่งสามารถลงเล่นน้ำและนั่งพักบริเวณริมน้ำได้ ภายในพื้นที่ยังมีสะพานสลิงข้ามลำธารและเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เดินเที่ยวชมอีกด้วย
7. เขื่อนลำตะคอง และเขายายเที่ยง (จ.นครราชสีมา)

เขายายเที่ยงมีแลนด์มาร์กสำคัญอย่างกังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ตั้งเรียงรายอยู่บนยอดเขา โดยบริเวณใกล้กันมีอ่างพักน้ำตอนบนของโรงไฟฟ้าลำตะคองและเส้นทางสำหรับปั่นจักรยานชมวิว สามารถมองเห็นเขื่อนลำตะคอง ถนนมิตรภาพ และแนวภูเขาที่ทอดตัวอยู่เบื้องล่างได้จากมุมสูง นอกจากแวะถ่ายรูปกับกังหันลมแล้ว ยังสามารถสักการะหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์และเรียนรู้เรื่องการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมได้ด้วย
8. หาดปราสาททอง (จ.บุรีรัมย์)
เดิมทีอ่างเก็บน้ำทุ่งกระเต็นเป็นแหล่งน้ำที่ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร ก่อนจะได้รับการพัฒนาพื้นที่ริมอ่างให้เป็นหาดปราสาททอง แหล่งเล่นน้ำจืดในจังหวัดบุรีรัมย์ที่มีพื้นที่กว่า 2,450 ไร่ บริเวณริมอ่างได้รับการปรับแต่งให้มีลักษณะคล้ายชายหาด สามารถลงเล่นน้ำและทำกิจกรรมทางน้ำอย่างบานาน่าโบ๊ต จักรยานน้ำ และเจ็ตสกีได้ รอบอ่างยังมีเส้นทางระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตรสำหรับปั่นจักรยานชมบรรยากาศ จึงเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ได้รับความนิยมในช่วงหน้าร้อน โดยเฉพาะวันหยุดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างต่อเนื่อง
9. สกายวอล์ก วัดผาตากเสื้อ (จ.หนองคาย)

สกายวอล์กวัดผาตากเสื้อ เป็นจุดชมวิวริมแม่น้ำโขงที่น่าแวะเมื่อมาเที่ยวอีสาน โดยมีทางเดินกระจกรูปตัวยูที่ยื่นออกจากหน้าผาประมาณ 6 เมตร สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำโขง แนวภูเขา และฝั่ง สปป.ลาวได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเช้าในฤดูหนาวที่มีโอกาสพบทะเลหมอกปกคลุมเหนือแม่น้ำโขง นอกจากเดินบนสกายวอล์กแล้ว ภายในวัดยังมีโบสถ์และบันไดพญานาคให้แวะสักการะและเที่ยวชมต่อได้ในบริเวณเดียวกัน
10. ล่องแก่งลำโดมน้อย (จ.อุบลราชธานี)
เติมความสนุกให้ทริปหน้าร้อนด้วยการล่องแพลำโดมน้อยบริเวณท้ายเขื่อนสิรินธร ที่นี่มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่พาแพล่องไปตามลำน้ำท่ามกลางพื้นที่สีเขียวสองฝั่ง ระหว่างทางสามารถมองเห็นโขดหินและฝูงปลาในบริเวณที่น้ำใส รวมถึงมีจุดให้จอดแพเพื่อลงเล่นน้ำคลายร้อน บนแพยังสามารถนั่งพัก รับประทานอาหาร หรือนำวัตถุดิบมาประกอบอาหารได้ เนื่องจากแพบางแห่งมีอุปกรณ์สำหรับปิ้งย่างและทำอาหารเตรียมไว้ให้
11. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (จ.นครราชสีมา)

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่รวมสถานที่เที่ยวธรรมชาติและกิจกรรมไว้หลากหลาย ตั้งแต่น้ำตกเหวสุวัตที่มีความสูงประมาณ 25 เมตร น้ำตกผากล้วยไม้ ไปจนถึงจุดชมวิวและเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติหลายระดับ โดยเส้นทางยอดนิยมอย่างผากล้วยไม้-น้ำตกเหวสุวัตมีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ลัดเลาะไปตามลำห้วยลำตะคอง ผ่านป่าไผ่และป่าดิบแล้ง อีกทั้งยังมีโอกาสพบร่องรอยสัตว์ป่าและนกนานาชนิด
12. วังน้ำเขียว (จ.นครราชสีมา)

สัมผัสบรรยากาศภูเขาและพื้นที่สีเขียวได้ที่วังน้ำเขียว อำเภอทางตอนใต้ของจังหวัดนครราชสีมาที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติกระจายอยู่หลายแห่ง ทั้งผาเก็บตะวันสำหรับชมวิวมุมกว้างและทำกิจกรรมยิงเมล็ดพันธุ์เพื่อฟื้นฟูป่า และพื้นที่บางส่วนของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ครอบคลุมเข้ามาถึงอำเภอวังน้ำเขียว นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องแหล่งปลูกผักปลอดสารพิษและมีที่พักให้เลือกหลายรูปแบบอีกด้วย
13. อุทยานแห่งชาติภูเรือ (จ.เลย)

ขึ้นเหนือไปสัมผัสธรรมชาติบนอุทยานแห่งชาติภูเรือ จังหวัดเลย ซึ่งมีพื้นที่เป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนและป่าสนเขา โดยยอดภูเรือเป็นจุดสูงสุดของอุทยานฯ ที่ระดับประมาณ 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถชมทิวทัศน์ของแนวภูเขาได้กว้างไกล ภายในยังมีสถานที่ให้แวะเที่ยวหลายจุด ทั้งผาโหล่นน้อยสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น น้ำตกห้วยไผ่ สวนหินพาลี และเส้นทางเดินชมธรรมชาติบริเวณยอดเขา ส่วนอากาศบนภูเรือค่อนข้างเย็นตลอดปี ทำให้สามารถแวะเที่ยวชมป่าและเดินชมวิวเพื่อหลบอากาศร้อนในช่วงกลางวันได้
14. เชียงคาน (จ.เลย)

เสน่ห์ของเชียงคานอยู่ที่การได้เที่ยวเมืองเล็กริมแม่น้ำโขงควบคู่ไปกับการสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น โดยบริเวณถนนชายโขงยังคงมีบ้านไม้เก่าเรียงราย หลายหลังเปิดเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พัก และร้านขายของฝาก ช่วงเย็นสามารถเดินเที่ยวถนนคนเดินเชียงคานหรือปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำโขง ส่วนช่วงเช้ามีกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียวซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา หากมีเวลาเที่ยวต่อยังสามารถขึ้นภูทอกชมวิวเมืองเชียงคานและแม่น้ำโขงจากมุมสูง หรือแวะแก่งคุดคู้เพื่อล่องเรือชมสองฝั่งไทย-ลาวได้
15. หินสามวาฬ ภูสิงห์ (จ.บึงกาฬ)

ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของบึงกาฬซ่อนอยู่บนภูสิงห์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหินสามวาฬ กลุ่มหินทรายขนาดใหญ่ 3 ก้อนที่มีอายุประมาณ 75 ล้านปี เมื่อมองจากระยะไกลจะมีรูปร่างคล้ายวาฬพ่อ แม่ และลูกเรียงตัวอยู่ริมหน้าผา บริเวณด้านบนสามารถเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมมองเห็นผืนป่าภูวัว หาดทรายริมแม่น้ำโขง และแนวภูเขาฝั่ง สปป.ลาวได้จากมุมสูง นอกจากหินสามวาฬแล้ว ภูสิงห์ยังมีหน้าผา ถ้ำ ลานหิน และกลุ่มหินรูปร่างแปลกตาที่กระจายอยู่ตามจุดต่าง ๆ ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยจุดชมวิวและมุมธรรมชาติที่น่าสนใจอีกมากมาย
16. อุทยานแห่งชาติภูพาน (จ.สกลนคร)

เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองเข้าสู่ผืนป่าบนเทือกเขาภูพานที่อุทยานแห่งชาติภูพาน พื้นที่ธรรมชาติครอบคลุมจังหวัดสกลนครและกาฬสินธุ์ ภายในมีทั้งป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง พร้อมแหล่งท่องเที่ยวหลายรูปแบบให้แวะชม ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกคำหอม น้ำตกปรีชาสุขสันต์ ผานางเมิน ผาเสวย สะพานหินธรรมชาติทางผีผ่าน ถ้ำเสรีไทย แหล่งประวัติศาสตร์สำคัญที่เคยใช้เป็นจุดซ่อนอาวุธและเสบียงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้ยังมีลานกางเต็นท์สำหรับผู้ที่ต้องการพักค้างคืนท่ามกลางธรรมชาติ โดยสามารถเดินทางมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
17. ภูกระดึง (จ.เลย)

ทริปพิชิตยอดเขาที่หลายคนอยากลองสักครั้งต้องมีชื่ออุทยานแห่งชาติภูกระดึง พื้นที่ท่องเที่ยวบนภูเขาที่ต้องเดินขึ้นตามเส้นทางผ่านซำต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่พื้นที่ราบบนยอดภู ซึ่งมีทั้งเส้นทางเดินป่า น้ำตก และหน้าผาให้เที่ยวชมหลายจุด ไฮไลต์ที่รู้จักกันดีคือผาหล่มสัก จุดชมวิวทางฝั่งตะวันตกที่มองเห็นแนวเทือกเขาและเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกยอดนิยม รวมถึงผานกแอ่นสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้น และสามารถเดินเที่ยวตามเส้นทางเชื่อมไปยังน้ำตกและลานธรรมชาติต่าง ๆ ได้
18. ฟลอร่า พาร์ค (จ.นครราชสีมา)
ฟลอร่า พาร์ค แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่รวบรวมไม้ดอกเมืองหนาวหลากหลายสายพันธุ์มาจัดแสดงเป็นสวนขนาดใหญ่ ทั้งสวนกุหลาบ ทุ่งดอกไม้ และพื้นที่จัดสวนในรูปแบบต่าง ๆ ให้เดินชมและถ่ายภาพ นอกจากโซนดอกไม้แล้ว ที่นี่ยังพัฒนาเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน ถ่ายทอดเรื่องการเพาะปลูกและการดูแลพืชควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว โดยสวนจะเปิดให้เข้าชมเป็นช่วงตามฤดูกาลของแต่ละปี ควรตรวจสอบกำหนดการก่อนเดินทาง
19. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง (จ.อุดรธานี)
ย้อนรอยอารยธรรมอีสานก่อนประวัติศาสตร์ได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง แหล่งเรียนรู้ที่จัดแสดงเรื่องราวจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก ภายในรวบรวมโบราณวัตถุที่ค้นพบในพื้นที่ ทั้งภาชนะดินเผาลวดลายเขียนสี เครื่องมือโลหะ เครื่องประดับ และหลักฐานเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชุมชนในอดีต พร้อมจัดแสดงข้อมูลด้านการขุดค้นและพัฒนาการทางวัฒนธรรมของบ้านเชียง โดยสามารถแวะชมหลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดโพธิ์ศรีใน ซึ่งจัดแสดงโครงกระดูกและภาชนะดินเผาในตำแหน่งที่พบจริง
20. โครงการคชอาณาจักร (จ.สุรินทร์)

คชอาณาจักร จ.สุรินทร์ แหล่งอนุรักษ์ช้างไทยในอำเภอท่าตูม ซึ่งเป็นที่เที่ยวอีสานหน้าร้อน ที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้เรื่องช้างควบคู่กับวิถีชีวิตของชุมชน โดยมีพื้นที่ดำเนินงานประมาณ 3,000 ไร่ และมีช้างอยู่ในการดูแลราว 200 เชือก ภายในสามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างชาวกวยกับช้างที่สืบทอดกันมายาวนาน รวมถึงแนวทางดูแลสวัสดิภาพช้าง การปลูกพืชเพื่อเป็นอาหาร และการรักษาช้างเมื่อเจ็บป่วย นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านคนเลี้ยงช้างและพื้นที่เรียนรู้ด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เที่ยวชมต่อเนื่องภายในบริเวณเดียวกัน
ตารางเปรียบเทียบประเภทสถานที่เที่ยว เพื่อการตัดสินใจ
| ประเภทสถานที่ | ระดับความร้อน | กิจกรรมไฮไลต์ | เหมาะสำหรับ |
| น้ำตก / แหล่งเล่นน้ำ | ต่ำ–ปานกลาง | เล่นน้ำ พักผ่อนริมน้ำ ชมธรรมชาติ | คนที่อยากคลายร้อนและทำกิจกรรมทางน้ำ |
| ภูเขา / อุทยานแห่งชาติ | ต่ำ–ปานกลาง | เดินป่า ชมวิว ชมน้ำตก กางเต็นท์ | คนที่ชอบธรรมชาติและกิจกรรมกลางแจ้ง |
| หาดน้ำจืด / อ่างเก็บน้ำ | ปานกลาง–สูง | เล่นน้ำ ล่องแพ เจ็ตสกี บานาน่าโบ๊ต | ครอบครัว กลุ่มเพื่อน และสายกิจกรรม |
| วัด / จุดชมวิว / แลนด์มาร์ก | ปานกลาง–สูง | ไหว้พระ ชมวิว ถ่ายรูป | คนที่ต้องการเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่เน้นกิจกรรมหนัก |
| พิพิธภัณฑ์ / แหล่งเรียนรู้ | ต่ำ | ชมนิทรรศการ เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม | ครอบครัว เด็ก และคนที่สนใจประวัติศาสตร์ |
เมนูเด็ดอีสานหน้าร้อน อร่อยชื่นใจสไตล์คนพื้นถิ่น
ระหว่างเที่ยวแต่ละจังหวัด ลองแวะชิมอาหารพื้นถิ่นที่มีรสชาติและวัตถุดิบแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ โดยหลายเมนูมักเสิร์ฟคู่กับข้าวเหนียวและผักพื้นบ้านตามฤดูกาล ได้แก่
- ส้มตำ: เมนูยอดนิยมของอีสานที่มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งตำปูปลาร้า ตำป่า และตำขนมจีน โดดเด่นด้วยรสเปรี้ยว เผ็ด เค็ม กินคู่กับข้าวเหนียว ผักสด และไก่ย่างช่วยเติมรสชาติให้อร่อยครบเครื่องยิ่งขึ้น
- ซุปหน่อไม้ : เมนูพื้นบ้านอีสานที่นำหน่อไม้มาปรุงรสกับข้าวคั่วและสมุนไพรต่าง ๆ ให้รสชาติจัดจ้านและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ นิยมกินคู่กับข้าวเหนียวและผักสดเพื่อเพิ่มความอร่อยแบบพื้นถิ่น
- ลาบอีสาน: เมนูรสจัดที่นำเนื้อสัตว์มาคลุกเคล้ากับข้าวคั่ว พริก หอมแดง ต้นหอม และสะระแหน่ ได้รสชาติเข้มข้นพร้อมกลิ่นหอมของข้าวคั่วและสมุนไพร แต่ละพื้นที่ยังมีสูตรและการปรุงที่แตกต่างกันตามวัตถุดิบท้องถิ่น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่เที่ยวอีสานหน้าร้อน (FAQ)
เที่ยวอีสานหน้าร้อนช่วงเดือนไหนดี?
เดือนมีนาคม-พฤษภาคม เป็นช่วงเที่ยวอีสานหน้าร้อน โดยเดือนเมษายนจะมีอากาศร้อนที่สุด หากเน้นเล่นน้ำคลายร้อนสามารถเลือกเที่ยวน้ำตก อ่างเก็บน้ำ หรือหาดน้ำจืด ส่วนคนที่ต้องการอากาศเย็นลง แนะนำพื้นที่ภูเขาและอุทยานแห่งชาติ
เที่ยวอีสานหน้าร้อนควรเตรียมอะไรไปบ้าง?
ควรเตรียมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด น้ำดื่ม และรองเท้าที่เข้ากับกิจกรรม หากมีแผนเดินป่าหรือเที่ยวน้ำตกควรเตรียมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดีและอุปกรณ์กันน้ำเพิ่มเติม
มีที่เที่ยวอีสานหน้าร้อนแบบอากาศไม่ร้อนมากไหม?
หากต้องการหลบอากาศร้อน สามารถเลือกพื้นที่ภูเขาและอุทยานแห่งชาติ เช่น วังน้ำเขียว เขายายเที่ยง อุทยานแห่งชาติภูเรือ หรืออุทยานแห่งชาติภูพาน ซึ่งมีพื้นที่ป่าและธรรมชาติให้เที่ยวชม
สำหรับใครที่กำลังวางแผนเที่ยวช่วงซัมเมอร์ ที่เที่ยวหน้าร้อนภาคอีสานมีให้เลือกครบทั้งน้ำตก ภูเขา อ่างเก็บน้ำ แหล่งเล่นน้ำ ไปจนถึงสถานที่ทางวัฒนธรรม ซึ่งแต่ละจังหวัดมีบรรยากาศและกิจกรรมแตกต่างกัน สามารถเลือกจัดทริปให้เข้ากับสไตล์การเดินทางได้ง่าย
หากวางแผนเที่ยวหลายพิกัดหรือเดินทางต่อระหว่างจังหวัด การมีรถส่วนตัวจะช่วยให้จัดเส้นทางได้สะดวกและแวะเที่ยวระหว่างทางได้ตามต้องการ สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทริปจากขอนแก่นหรืออุดรธานี สามารถเลือกใช้บริการ Drive Car Rental ที่มีจุดรับรถบริเวณสนามบิน พร้อมบริการเช่ารถขอนแก่นและเช่ารถอุดรธานี ซึ่งจะช่วยให้เดินทางต่อไปยังที่เที่ยวต่าง ๆ ในภาคอีสานได้คล่องตัวมากขึ้น