ใครว่าเที่ยวอีสานต้องรอหน้าหนาว เพราะช่วงหน้าฝนตั้งแต่ประมาณกลางปี หลายพื้นที่เข้าสู่ช่วงน่าเที่ยว ทั้งทุ่งดอกกระเจียวที่เริ่มแต่งแต้มสีชมพูอมม่วงบนผืนป่า น้ำตกที่กลับมามีน้ำ และภูเขาที่เปลี่ยนจากโทนแห้งเป็นสีเขียว
ถ้ากำลังมองหา ที่เที่ยวหน้าฝนภาคอีสาน สำหรับทริปครั้งต่อไป ลองเลือกจาก 10 พิกัดนี้ได้เลย มีตั้งแต่ชัยภูมิ เลย บึงกาฬ ไปจนถึงอุบลราชธานี และหลายแห่งสามารถจัดเป็น Road Trip เที่ยวต่อกันได้ด้วย
1. ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จ.ชัยภูมิ
พอเข้าหน้าฝน ชัยภูมิจะมีอีกหนึ่งภาพจำกลับมา นั่นคือดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงที่ขึ้นตามทุ่งหญ้าและป่าเต็งรัง โดยช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวชัยภูมิและชมดอกกระเจียวจะอยู่ราวกลางปี และเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่มีโอกาสเห็นดอกบานสะพรั่งพร้อมสายหมอกยามเช้า
ทริปนี้เหมาะกับคนที่ชอบตื่นเช้า เพราะบรรยากาศของทุ่งดอกไม้ในช่วงเช้าต่างจากการมาช่วงกลางวันพอสมควร อากาศยังไม่ร้อนจัด และถ้าวันนั้นมีความชื้นพอดี อาจได้เห็นหมอกบาง ๆ ลอยอยู่เหนือทุ่ง
นอกจากทุ่งดอกกระเจียวแล้ว ภายในอุทยานยังมีลานหินรูปร่างแปลกตาและจุดชมวิวให้เที่ยวต่อ จึงเผื่อเวลาไว้ประมาณครึ่งวันได้สบาย
เหมาะไปช่วง: ฤดูดอกกระเจียวประมาณกลางปี โดยควรตรวจสอบสถานการณ์การบานของดอกไม้กับอุทยานก่อนออกเดินทาง
2. ทุ่งบัวสวรรค์ อุทยานแห่งชาติไทรทอง จ.ชัยภูมิ
ถ้ามาชัยภูมิแล้วอยากดูดอกกระเจียวมากกว่าหนึ่งพื้นที่ ลองต่อเส้นทางไป อุทยานแห่งชาติไทรทอง ที่นี่มีทุ่งบัวสวรรค์หรือทุ่งดอกกระเจียวซึ่งมักออกดอกในช่วงฤดูฝน โดยช่วงประมาณมิถุนายนถึงกลางสิงหาคมเป็นช่วงที่นิยมเดินทางมาชมดอกไม้
เสน่ห์ของไทรทองอยู่ตรงความรู้สึกของการเข้าไปเที่ยวธรรมชาติมากขึ้น เพราะนอกจากทุ่งดอกไม้แล้วยังมีพื้นที่ป่า จุดชมวิว และน้ำตก เหมาะกับการจัดเป็นทริปชัยภูมิ 2 วัน 1 คืน แล้วแบ่งวันหนึ่งให้ป่าหินงาม อีกวันมาไทรทอง แทนการพยายามเก็บทุกจุดในวันเดียว
ก่อนมาในช่วงฝนควรเช็กข้อมูลเส้นทางและจุดที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมล่าสุด เพราะสภาพเส้นทางธรรมชาติอาจเปลี่ยนตามปริมาณฝน
3. น้ำตกตาดโตน จ.ชัยภูมิ

ถ้าไม่อยากเดินตามหาดอกไม้ แต่ยังอยากเห็นชัยภูมิในช่วงเขียวที่สุดของปี เปลี่ยนเส้นทางมาที่ น้ำตกตาดโตน ได้เลย
น้ำตกอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติตาดโตน มีลักษณะเด่นเป็นสายน้ำที่ไหลผ่านลานหินกว้างก่อนตกลงสู่ด้านล่าง น้ำมีตลอดปี แต่ช่วงฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำมากขึ้น ทำให้เห็นสายน้ำเต็มลานหินชัดกว่าช่วงแล้ง
พิกัดนี้จึงเหมาะกับวันที่อยากเที่ยวธรรมชาติแบบไม่ต้องจัดโปรแกรมหลายจุด โดยเฉพาะถ้าพักอยู่ในตัวเมืองชัยภูมิ สามารถแยกเวลาออกมาเที่ยวน้ำตกแล้วกลับเข้าเมืองได้
วันที่ฝนตกหนักควรระวังลานหินลื่นและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เรื่องพื้นที่เล่นน้ำ เพราะระดับและความแรงของน้ำเปลี่ยนได้ตามสภาพอากาศ
4. ภูป่าเปาะ จ.เลย
หน้าฝนของจังหวัดเลยไม่ได้มีดีแค่ต้นไม้เปลี่ยนเป็นสีเขียว ถ้าตื่นเช้าพอ ยังมีโอกาสเจอกลุ่มเมฆและหมอกตามแนวภูเขาด้วย
ภูป่าเปาะ อยู่ที่อำเภอหนองหิน จุดเด่นคือวิวของ “ภูหอ” ภูเขายอดตัดที่ตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางภูเขาหลายลูก รอบพื้นที่สามารถมองเห็นแนวภูต่าง ๆ ของเมืองเลยได้กว้าง จนเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่คนรู้จักในชื่อ “ฟูจิเมืองเลย”
รถส่วนตัวใช้เดินทางมาถึงบริเวณจุดบริการด้านล่าง ส่วนการขึ้นไปยังจุดชมวิวต้องใช้บริการรถของชุมชน จึงควรตรวจสอบรอบรถและสภาพอากาศก่อนเดินทาง โดยเฉพาะวันที่มีฝนต่อเนื่อง
หากมีเวลา สามารถเที่ยวพื้นที่หนองหินต่อกับสวนหินผางามและแหล่งธรรมชาติใกล้เคียงได้ ทำให้พิกัดนี้เหมาะกับการจัดเป็น Road Trip เมืองเลยมากกว่าขับมาเพื่อชมวิวจุดเดียว
5. หินสามวาฬ จ.บึงกาฬ

จากแนวภูเขาของเมืองเลย ขยับขึ้นไปทางบึงกาฬจะเจอภูมิประเทศอีกแบบที่มีเอกลักษณ์มากขึ้น
หนึ่งในภาพจำของจังหวัดคือ หินสามวาฬ กลุ่มหินทรายขนาดใหญ่ที่ยื่นออกมาจากพื้นที่ป่า เมื่อมองจากมุมสูงจะเห็นแนวหินทอดตัวคล้ายวาฬสามตัวอยู่ท่ามกลางผืนป่า
ช่วงฤดูฝน พื้นที่รอบภูเขาจะกลับมาเขียวและในบางเช้ามีโอกาสเจอหมอก ทำให้บรรยากาศต่างจากช่วงหน้าแล้งอย่างเห็นได้ชัด บึงกาฬจึงเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ถูกพูดถึงบ่อยสำหรับการเที่ยวภูเขาและน้ำตกช่วง Green Season
การเที่ยวหินสามวาฬควรเผื่อเวลาให้การเดินทางภายในพื้นที่และเช็กสภาพอากาศก่อนขึ้น โดยเฉพาะหลังฝนตก เพราะพื้นหินและทางเดินอาจลื่นกว่าวันปกติ
6. น้ำตกถ้ำพระ จ.บึงกาฬ
ถ้ามาบึงกาฬในช่วงที่มีฝนแล้วเที่ยวแค่ภูเขา อาจยังไม่เห็นอีกด้านของจังหวัด เพราะบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวมีน้ำตกหลายแห่งที่กลับมาคึกคักเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน
หนึ่งในนั้นคือ น้ำตกถ้ำพระ ซึ่งมีลักษณะเป็นธารน้ำไหลผ่านลานหินกว้างและลดระดับลงตามชั้นหิน บางบริเวณมีลักษณะคล้ายสไลเดอร์ธรรมชาติ จนกลายเป็นหนึ่งในพิกัดเล่นน้ำที่เป็นที่รู้จักของบึงกาฬ
อย่างไรก็ตาม น้ำตกเป็นสถานที่ที่ต้องดูสภาพอากาศเป็นหลัก หากมีฝนตกหนัก น้ำป่า หรือเจ้าหน้าที่ประกาศจำกัดพื้นที่ ไม่ควรฝืนเข้าไปเที่ยว การเช็กสถานการณ์ในวันเดินทางสำคัญกว่าการยึดโปรแกรมเดิม
ถ้ามีเวลา 2 วันในบึงกาฬ สามารถแบ่งวันหนึ่งเที่ยวกลุ่มภูเขาและหินสามวาฬ แล้วอีกวันค่อยออกไปเที่ยวน้ำตก จะไม่ต้องเร่งเดินทางหลายพื้นที่ในวันเดียว
7. น้ำตกเจ็ดสี จ.บึงกาฬ
ยังอยู่ในบึงกาฬ แต่อีกพิกัดให้อารมณ์ต่างจากน้ำตกถ้ำพระคือ น้ำตกเจ็ดสี น้ำตกกลางพื้นที่ป่าที่มีสายน้ำไหลผ่านชั้นหินหลายระดับ
ช่วงฝนเป็นช่วงที่น้ำตกหลายแห่งในบึงกาฬมีน้ำมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่จังหวัดนี้เหมาะกับการวางทริปธรรมชาติช่วงกลางปี โดยสามารถเลือกน้ำตกให้เหมาะกับเวลาที่มี แทนการพยายามเก็บทุกแห่งภายในวันเดียว
สำหรับการเที่ยวน้ำตกในเขตป่า ควรเตรียมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี เสื้อกันฝนแบบคล่องตัว และเผื่อแผนสำรองไว้ หากฝนหนักจนไม่เหมาะกับการเดินเส้นทางธรรมชาติ
8. น้ำตกแสงจันทร์ จ.อุบลราชธานี

ข้ามมาฝั่งอีสานใต้ ที่อุบลราชธานีมีน้ำตกที่รูปร่างจำง่ายมากแห่งหนึ่งคือ น้ำตกแสงจันทร์ หรือที่หลายคนเรียกว่า “น้ำตกลงรู”
จุดเด่นอยู่ที่สายน้ำซึ่งไหลผ่านช่องของแผ่นหินลงมาด้านล่าง เมื่อยืนมองจากด้านล่างจะเห็นน้ำตกเป็นสายผ่านช่องหินลงมา ต่างจากน้ำตกที่ไหลผ่านหน้าผาทั่วไป
บริเวณเดียวกันยังมีน้ำตกทุ่งนาเมืองและน้ำตกสร้อยสวรรค์ ทำให้สามารถวาง Route เที่ยวธรรมชาติฝั่งโขงเจียมต่อเนื่องกันได้ โดยไม่ต้องขับย้อนกลับเข้าเมืองทุกครั้ง
ช่วงฝนควรเช็กประกาศจากอุทยานแห่งชาติผาแต้มก่อนเดินทาง เพราะปริมาณน้ำและสภาพเส้นทางเข้าพื้นที่มีโอกาสเปลี่ยนตามสภาพอากาศ
9. น้ำตกสร้อยสวรรค์ จ.อุบลราชธานี
ถ้าชอบน้ำตกที่เห็นโครงสร้างของหน้าผาชัด ๆ ลองต่อมาที่ น้ำตกสร้อยสวรรค์ ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
น้ำตกเกิดจากสายน้ำที่ไหลลงจากหน้าผาสองด้าน ภาพที่เห็นจึงคล้ายสายสร้อยห้อยลงมาตามแนวผา รอบพื้นที่มีทั้งป่าและพันธุ์ไม้ตามลานหิน
ข้อดีของการเลือกเที่ยวโซนนี้คือสามารถจัด Route ร่วมกับผาแต้ม น้ำตกทุ่งนาเมือง และน้ำตกแสงจันทร์ได้ หากมีเวลาอย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม การพักแถวโขงเจียมสักคืนจะช่วยให้เที่ยวได้ไม่รีบ และวันรุ่งขึ้นยังออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นริมโขงได้อีก
10. น้ำตกห้วยหลวง อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จ.อุบลราชธานี

ปิดท้ายด้วยน้ำตกอีกแห่งของอุบลราชธานี แต่ต้องขยับลงมาทางอำเภอนาจะหลวยที่ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย
น้ำตกห้วยหลวง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลจากหน้าผาลงสู่แอ่งด้านล่าง บริเวณฐานน้ำตกมีทั้งแอ่งน้ำและพื้นที่ทราย โดยข้อมูลของจังหวัดระบุว่าน้ำตกมีความสูงประมาณ 50 เมตร
ที่นี่เหมาะกับคนที่อยากให้ปลายทางของวันเป็นธรรมชาติเต็ม ๆ มากกว่าการแวะถ่ายรูปสั้น ๆ เพราะอยู่ห่างจากกลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวฝั่งโขงเจียมพอสมควร หากตั้งใจมาเที่ยวควรแยกวันให้
พื้นที่ภูจองนายอยโดยเฉพาะ จะจัดเวลาได้ง่ายกว่าเอาไปรวมกับผาแต้มและน้ำตกแสงจันทร์ในวันเดียว
ถ้ามีเวลา 2–3 วัน เที่ยวอีสานหน้าฝน โซนไหนดี?
ถ้ามีเวลาเที่ยวประมาณ 2–3 วัน แนะนำให้เลือกเที่ยวเป็นโซน จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางข้ามจังหวัดไกลเกินไป เช่น อยากชมทุ่งดอกกระเจียวและเที่ยวน้ำตก เลือกปักหลักที่ชัยภูมิได้เลย ส่วนคนที่อยากขับรถเที่ยวภูเขา ชมวิว และลุ้นเจอหมอกหลังฝน เลยกับบึงกาฬก็น่าสนใจ ขณะที่อุบลราชธานีเหมาะกับทริปที่อยากเก็บน้ำตกและธรรมชาติหลายแห่งในเส้นทางเดียวกัน
| โซน | พิกัดหลัก | เหมาะกับ |
| ชัยภูมิ | ป่าหินงาม → ไทรทอง → ตาดโตน | คนที่อยากดูดอกกระเจียวและเที่ยวน้ำตก |
| เลย | หนองหิน → ภูป่าเปาะ → สวนหินผางาม | คนชอบภูเขา จุดชมวิว และ Road Trip |
| บึงกาฬ | หินสามวาฬ → น้ำตกถ้ำพระ/น้ำตกเจ็ดสี | คนอยากเที่ยวป่า ภูเขา และน้ำตก |
| อุบลราชธานี | ผาแต้ม → สร้อยสวรรค์ → ทุ่งนาเมือง → แสงจันทร์ | คนอยากขับรถเที่ยวหลายพิกัดธรรมชาติในโซนเดียว |
| อุบลฯ ตอนใต้ | ภูจองนายอย → น้ำตกห้วยหลวง | คนที่อยากใช้เวลากับธรรมชาติเต็มวัน |
ขับรถเที่ยวอีสานหน้าฝน เตรียมตัวยังไง?
ข้อดีของการขับรถเที่ยวช่วงหน้าฝนคือปรับแผนได้ง่าย หากเช้าวันนั้นฝนตกหนัก สามารถสลับจุดเที่ยวหรือรอให้สภาพอากาศดีขึ้นก่อนออกเดินทางได้ แต่ธรรมชาติช่วงนี้ก็เปลี่ยนเร็วเช่นกัน
ก่อนออกจากที่พัก ลองเช็กพยากรณ์อากาศและประกาศล่าสุดของอุทยานหรือพื้นที่ที่จะเข้าเที่ยวอีกครั้ง โดยเฉพาะน้ำตก เส้นทางเดินป่า และจุดชมวิวบนภูเขา ถ้ามีฝนหนักต่อเนื่อง ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงน้ำป่าและไม่ลงเล่นน้ำในบริเวณที่เจ้าหน้าที่ปิดกั้น
สำหรับการขับรถ ควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติ ลดความเร็วเมื่อถนนเปียก เพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้า และอย่าวางโปรแกรมหลายจุดจนต้องรีบขับในช่วงเย็นหรือฝนตกหนัก
รองเท้าที่พื้นยึดเกาะดี เสื้อกันฝน ร่ม ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์ และเสื้อผ้าสำรองอีกหนึ่งชุดก็ช่วยให้เที่ยวต่อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะทริปที่มีทั้งน้ำตกและเส้นทางธรรมชาติ
เริ่ม Road Trip เที่ยวอีสานหน้าฝนจากสนามบินก็ได้
ถ้าอยู่กรุงเทพฯ แล้วไม่อยากขับรถไกลตั้งแต่ต้นทาง สามารถบินมาลงสนามบินในภาคอีสานแล้วรับรถขับเที่ยวต่อได้ โดยเลือกสนามบินตามโซนที่วางแผนไว้ จะช่วยลดเวลาเดินทางและจัด Route ได้ง่ายขึ้น
ถ้าวางแผนเที่ยวอีสานตอนบน เช่น อุดรธานี หนองคาย หรือบึงกาฬ สามารถบินมาลงสนามบินอุดรธานีและ เช่ารถอุดร เพื่อขับต่อไปยังจุดต่าง ๆ ตามแผนได้ ส่วนทริปที่เริ่มจากขอนแก่นหรือจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียง สามารถ เช่ารถขอนแก่น และเริ่ม Road Trip จากสนามบินได้เช่นกัน
หน้าฝนของอีสานมีเสน่ห์ต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ทั้งทุ่งดอกกระเจียวที่เริ่มบาน น้ำตกที่มีน้ำมากขึ้น และภูเขาที่กลับมาเขียวหลังได้รับฝน เลือกโซนให้เหมาะกับจำนวนวันที่มี เช็กสภาพอากาศและประกาศของพื้นที่ก่อนออกเดินทาง และเผื่อเวลาในแผนไว้สำหรับปรับ Route หากเจอฝนระหว่างทาง จะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้นโดยไม่ต้องเร่งเก็บหลายพิกัดในทริปเดียว